ฟิลเลอร์คาง (Chin Filler) ถือเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนใบหน้าให้มีความสมดุลและมีมิติ เนื่องจากสามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างใบหน้าได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องอาศัยการผ่าตัดศัลยกรรม ช่วยลดระยะเวลาการพักฟื้น และผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน หรือไปทำงานต่อได้ทันที

บทความนี้เราจะมาไขทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็ม เพื่อเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจอย่างปลอดภัย

ฟิลเลอร์คาง คืออะไร?

การเติมฟิลเลอร์คาง

คือการนำสารเติมเต็มกลุ่ม ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่เลียนแบบโครงสร้างสารที่มีอยู่แล้วในร่างกายมนุษย์ เติมเข้าไปยังบริเวณคางเพื่อปรับแต่งรูปทรง เพิ่มความยาว ความนูน หรือแก้ไขความไม่สมมาตร สารชนิดนี้มีความปลอดภัยทางชีวภาพสูง และสามารถสลายตัวได้เองตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย จึงไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างในระยะยาว

การใช้ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) เพื่อปรับรูปคาง ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีการพัฒนามาอย่างยาวนานและมีหลักการทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างชัดเจน ในทางชีวเคมี Hyaluronic Acid คือสารในกลุ่มไกลโคซามิโนไกลแคน (Glycosaminoglycan) ที่เนื้อเยื่อเกี่ยวพันของมนุษย์ผลิตขึ้นมาตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติเด่นคือการอุ้มน้ำได้ดีเยี่ยม

อย่างไรก็ตาม HA ที่อยู่ในร่างกายตามธรรมชาติจะถูกเอนไซม์ Hyaluronidase ย่อยสลายไปภายใน 24-48 ชั่วโมง ดังนั้นในทางการแพทย์เพื่อความงาม จึงต้องนำ HA สังเคราะห์มาผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Cross-linking เช่นการใช้สาร BDDE เพื่อเชื่อมสายโมเลกุลของ HA เข้าด้วยกัน ทำให้ได้เนื้อเจลที่มีความคงตัวสูงและอยู่ในร่างกายได้นาน 6-24 เดือน

บริเวณคางเป็นจุดที่ต้องการการพยุงโครงสร้างให้คล้ายคลึงกับกระดูก แพทย์จึงมักเลือกใช้ฟิลเลอร์ HA ที่มีค่าโมดูลัสความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้เจลมีความคงรูป ไม่ไหลย้อย และสามารถดันผิวหนังหรือปรับแก้ไขภาวะคางสั้น ให้ได้สัดส่วนรับกับจมูกและริมฝีปาก ตามหลักการประเมินใบหน้า

ฟิลเลอร์คาง เหมาะกับใครบ้าง?

การเติมฟิลเลอร์คางไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้คางยาวขึ้น แต่คือการปรับสมดุลมิติใบหน้าส่วนล่างโดยอ้างอิงจากสัดส่วน Golden Ratio ซึ่งกลุ่มที่เหมาะสมมีดังนี้

1. ผู้ที่มีสัดส่วนใบหน้าส่วนล่างสั้น

ตามหลักการวัดสัดส่วนใบหน้า 3 ส่วน Upper : Middle : Lower ควรมีอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกันคือ 1:1:1 * ลักษณะ คางดูตัดหรือสั้นเกินไปเมื่อเทียบกับหน้าผากและจมูก ทำให้ใบหน้าดูดุหรือดูหน้ากลมกว่าความเป็นจริง

การเติมฟิลเลอร์จะช่วยเพิ่มความยาวให้รับกับรูปหน้าเดิม ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด

ฟิลเลอร์คาง รีวิว

2. ผู้ที่มีปัญหาคางถอยหรือคางบุ๋ม

ปัญหานี้มักเห็นชัดเมื่อมองจากมุมข้าง หากลากเส้นจากปลายจมูกลงมาที่ริมฝีปากและคางแล้วคางอยู่ลึกเข้าไปมากเกินไป

ลักษณะคางดูหดหายเข้าไปด้านใน ทำให้มองเห็นเหนียงชัดเจนขึ้น แม้จะมีน้ำหนักตัวน้อยก็ตาม ฟิลเลอร์จะเข้าไปเสริมโครงสร้างให้คางพุ่งออกมาด้านหน้าในระดับที่พอดี ช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้น และทำให้ภาพรวมของใบหน้าด้านข้างมีมิติที่สมบูรณ์

ฟิลเลอร์คาง รีวิว

3. ผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างคางไม่สมมาตร

เกิดได้จากทั้งโครงสร้างกระดูกเดิม หรือพฤติกรรมการเคี้ยวอาหารที่ทำให้กล้ามเนื้อทำงานไม่เท่ากัน

ลักษณะคางเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือคางบุ๋มตรงกลางเป็นรอยบุ๋ม จากการเกร็งของกล้ามเนื้อ แพทย์จะใช้เทคนิคการเติมเต็มเฉพาะจุดเพื่อพราง ความไม่เท่ากัน และปรับให้คางดูได้รูปทรงที่สมดุลกับแนวกึ่งกลางใบหน้า

4. ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียว

สำหรับผู้ที่มีโครงหน้าเดิมค่อนข้างกว้างหรือมีกรามชัด

ลักษณะใบหน้าดูไม่มีมิติ หรือดูแข็งเกินไป การเติมฟิลเลอร์คางจะช่วยปรับให้กรอบหน้า ดูเรียวยาวเชื่อมต่อไปถึงคางอย่างต่อเนื่อง ทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูเล็กลงและมีความละมุนขึ้น

5. ผู้ที่ต้องการทดลอง รูปหน้าก่อนการศัลยกรรม

เหมาะมากสำหรับคนที่ยังลังเลใจกับการใส่ซิลิโคนถาวร เพราะว่าฟิลเลอร์ (HA) สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ หรือฉีดสลายได้หากไม่พอใจผลลัพธ์ จึงเป็นทางเลือกที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องพักฟื้นนาน และเห็นผลทันทีหลังทำ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่เน้นความสะดวกและรวดเร็ว

ฟิลเลอร์คาง VS ศัลยกรรมเสริมคาง เลือกแบบไหนดี?

ฟิลเลอร์คาง หรือศัลยกรรมดี
ในการปรับรูปหน้าส่วนล่าง ให้ดูมีมิติและได้สัดส่วน Golden Ratio การเลือกเทคนิคที่เหมาะสมมีความสำคัญมาก

1. การฉีดฟิลเลอร์คาง

ข้อดี

ข้อควรระวัง ต้องเลือกใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่ออกแบบมาสำหรับคางโดยเฉพาะ เช่น Restylane Lyft เพื่อป้องกันการย้วยผิดรูปในอนาคต

2. การศัลยกรรมเสริมคาง

เป็นการผ่าตัดเพื่อวางซิลิโคนทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone) ลงบนตำแหน่งกระดูกคางเดิม

ข้อดี

ข้อควรระวัง มีอาการบวมช้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์ และต้องดูแลแผลในช่องปากอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

เลือกฉีดฟิลเลอร์คางยี่ห้อไหนดี?

บริเวณคางเป็นตำแหน่งที่ต้องการสารเติมเต็มที่มีความคงตัวสูง ไม่ไหลย้อย และสามารถต้านทานแรงขยับของกล้ามเนื้อบริเวณรอบปากและคางได้ดี ที่ Airi Clinic คุณหมอมักจะแนะนำตัวท็อปอย่าง Restylane Lyft จากสวีเดน เพราะตัวนี้เนื้อเขาจะมีความคงตัวสูง (เนื้อแข็ง) เลียนแบบโครงสร้างกระดูกได้ดีมากอยู่นานประมาณ 12 เดือน ปั้นทรงสวยคางคมชัด ไม่เป็นก้อน และต้านแรงขยับจากยิ้มหรือหัวเราะ คางก็ยังอยู่ทรงเดิม ไม่ไหลย้อย

ข้อควรระวัง! อันตรายจากฟิลเลอร์ปลอม

การฉีดฟิลเลอร์คาง ต้องใช้ของแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น การใช้สารที่ไม่สามารถสลายตัวได้ เช่น ซิลิโคนเหลว จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ทั้งการอักเสบเรื้อรัง คางย้อย กลายเป็นก้อนแข็งบิดเบี้ยว ซึ่งแนวทางการรักษาเพียงวิธีเดียวคือ การผ่าตัดขูดออก ดังนั้นผู้เข้ารับบริการควรขอดูกล่อง สแกน QR Code และสังเกตการเปิดกล่องใหม่โดยแพทย์ทุกครั้ง

ฟิลเลอร์คาง การเตรียมตัวก่อนและวิธีดูแลหลังทำ

ก่อนทำ

  1. งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน และอาหารเสริม วิตามินอีหรือน้ำมันปลา ล่วงหน้า 1 สัปดาห์
  2. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ล่วงหน้า 24 ชั่วโมง

หลังทำ

  1. หลีกเลี่ยงการจับ บีบ นวด หรือเท้าคาง ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนจัด เช่น อบซาวน่า เลเซอร์ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  3. ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ วันละ 2-3 ลิตร เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ฟิลเลอร์ฟูสวย อิ่มน้ำ และคงรูปได้ดีขึ้น

การฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นนวัตกรรมที่ให้ผลลัพธ์ในการปรับรูปหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเห็นผลทันที แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างถูกต้อง และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แท้

หากท่านใดกำลังมองหาสถานที่ปรับรูปหน้าที่ได้มาตรฐาน สามารถเข้ามาปรึกษาและให้แพทย์ประเมินรูปหน้าได้ที่ Airi Clinic เราให้บริการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ พร้อมใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ 100% ตรวจสอบได้ทุกกล่อง เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และเสริมความมั่นใจให้กับคุณในระยะยาวครับ

คำถามที่พบบ่อย

ปัจจุบันโปรแกรมที่กำลังเป็นที่นิยมในคลินิกความงาม คือ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ที่ช่วยปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็ม เพื่อให้ใบหน้าดูสวยละมุนมากยิ่งขึ้น บริเวณที่นิยมฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าเปลี่ยนได้แก่ ฟิลเลอร์ปาก ใต้ตา คาง ขมับ ร่องแก้ม และที่ไอริคลินิกก็ให้บริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มาอย่างยาวนาน พร้อมเสริฟรีวิวมากมายให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

รีวิวฉีดฟิลเลอร์
ฉีดฟิลเลอร์ปาก
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ฉีดฟิลเลอร์คาง
ฉีดฟิลเลอร์ขมับ

ฟิลเลอร์ ( Filler ) คือ สารสังเคราะห์ที่มีความคงตัวสูง สลายได้เองตามธรรมชาติและก่อให้เกิดอาการแพ้น้อยมาก โดยสารที่ปัจจุบันนิยมใช้การ คือ สารไฮยาลูโลนิก ( Hyaluronic Acid ) หรือเอชเอ ( HA ) เป็นสารที่พบได้ในชั้นผิวปกติ และจะมีปริมาณลดลงเมื่ออายุเรามากขึ้น ดังนั้นในทางแพทย์จึงได้มีการคิดค้น ฟิลเลอร์ ไฮยาลูโลนิก ( Hyaluronic ) สังเคราะห์ขึ้นมา เพื่อใช้ฉีดเติมเต็มเข้าไปในชั้นผิวหนังเพื่อทดแทนเส้นใยคอลลาเจนที่สลายไป ช่วยในการเติมเต็มรูปหน้า เติมร่องลึกต่างๆ และปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์แต่ละจุดควรใช้กี่ cc

เป็นคำถามยอดฮิตว่า ฉีดฟิลเลอร์บริเวณไหนได้บ้าง และแต่ละบริเวณควรใช้กี่ cc ซึ่งบริเวณที่นิยมฉีดฟิลเลอร์นั้นคือ ฟิลเลอร์ปาก ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์คาง ฟิลเลอร์ขมับ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ฟิลเลอร์แก้มส้ม และ ฟิลเลอร์กรอบหน้า ซึ่งโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แต่ละบริเวณ เป็นโปรแกรมที่ทำแล้วเห็นความเปลี่ยนแปลงทันที และในการฉีดฟิลเลอร์แต่ละบริเวณนั้น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามปัญหา และความต้องการของผู้ใช้บริการทุกท่าน เพื่อแนะนำปริมาณในการใช้ฟิลเลอร์อย่างเหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

โดยเริ่มต้นแล้วการฉีดฟิลเลอร์แต่ละบริเวณต้องใช้กี่ซีซีมีดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 1-2 cc

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc

ฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-3 cc

ฉีดฟิลเลอร์ปาก จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 1-2 cc

ฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc

ฉีดฟิลเลอร์คาง จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc

*ในการฉีดฟิลเลอร์แต่ละครั้ง ไม่จำเป็นต้องเติมทีเดียวในปริมาณมาก สามารถทยอยเติมได้เรื่อยๆ จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่สวยงามขึ้น *

รีวิวฉีดฟิลเลอร์

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการแก้ไข้ และประมาณในการใช้ฟิลเลอร์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้บริการทุกครั้ง *

บริเวณยอดฮิตกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์

เข้าวงการฉีดฟิลเลอร์แล้วออกยาก คำนี้ไม่เกินจริงเรียกได้ว่าบริเวณที่นิยมแก้ไข้ด้วยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คือ ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ปาก และการฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นสามบริเวณที่ฉีดแล้วหน้าเปลี่ยน สำหรับท่านใดที่กำลังมองหาฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ควรเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ โดยแพทย์จะต้องสามารถตรวจได้ และผลิตภัณฑ์ของแท้ที่ตรวจสอบได้ เพื่อความปลอดภัยและการแก้ไข้ปัญญาที่ตรงจุด

ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น

ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ราคาแต่ละแบรนด์ต่างกัน ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับอายุการสลายของฟิลเลอร์ และคุณสมบัติของเนื้อฟิลเลอร์ที่จะฉีด โดยแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดที่สุด ซึ่งปัจจุบันได้มีฟิลเลอร์หลายยี่ห้อที่ถูกผลิตออกมา แต่ไอริคลินิกได้มีการทดลอง และคัดยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะแก่การปรับรูปหน้ารวมถึงความปลอดภัยที่ลูกค้าต้องได้รับ

*ไม่มีเซลล์ขายให้อึดอัด ให้ราคาดีตรงไปตรงมา พาตรวจสอบของแท้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ทุกเคส สามารถเอากล่องกลับบ้านได้ *

ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ?

EPTQ

ฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลี นำเข้าโดยบริษัท เอสทีมา จำกัด (Aestema Co., Ltd.) ใช้กระบวนการผลิต ZEEP technology (Zero Endotoxin & BDDE Entire Process) ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โมเลกุล Hyaluronic Acid (HA) ที่ใช้ได้รับการรับรองจาก USFDA และ EDQM ด้วยปริมาณความเข้มข้นสูงถึง 24 mg/ml

EPTQ S100 เหมาะสำหรับเติม หน้าผาก ขมับ ใต้ตา เพิ่มความชุ่มชื้นให้ปาก ระยะเวลาอยู่ได้ประมาน 6 – 9 เดือน

EPTQ S300 เหมาะสำหรับเติม หน้าผาก ขมับ แก้มตอบ ร่องแก้ม ปาก ระยะเวลาออยู่ได้ประมาน 9 – 12 เดือน

EPTQ S500 เหมาะสำหรับเติม แก้มส้ม แนวกระดูกราม คาง จมูก ลิฟหน้า ระยะเวลาอยู่ได้ประมาน 12 เดือน

Restylane

ฟิลเลอร์จากประเทศสวีเดน เป็นฟิลเลอร์แบรนด์แรกของโลกที่มีการผลิตและพัฒนา มาอย่างยาวนาน รวมถึงได้รับความนิยมอย่างมากจากทั่วโลก โดยเป็นสารเติมเต็มที่ใช้ส่วนประกอบของ ไฮยารูลอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) ที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง ช่วยเติมเต็มปรับรูปหน้าให้สวยอย่างเป็นธรรมชาติ และยังเป็นแบรนด์ฟิลเลอร์ที่แพทย์ทั่วโลกให้การยอมรับ

Restylane Vital Light ฟิลเลอร์ชนิดนี้มีส่วนผสมของยาชา เป็นโมเลกุลที่เล็กที่สุด มีความนิ่มมากที่สุด เติมเต็มร่องน้ำตา ลดใต้ตาคล้ำ บูสท์ผิวให้กระจ่างใสดูมีออร่าขึ้น ระยะเวลาอยู่ได้ประมาน 8-12 เดือน


Restylane Lyft เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา เป็นเนื้อเจลที่มีลักษณะแข็งแรงที่สุด คงรูป มีแรงยกกระชับได้สูง เติมแก้ม ขมับ คาง สร้างกรอบหน้า ใช้ฉีดยกกระชับปรับรูปหน้า ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน


Restylane Kysse เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา เนื้อเจลนิ่มไม่เป็นก้อน กลืนกับเนื้อริมฝีปากได้ดี ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อฉีดปากโดยเฉพาะ สามารถให้ผลลัพธ์ทั้งในเรื่องของการปรับรูปทรงปาก และเติมความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน

" Restylane เป็นฟิลเลอร์แบรนด์ยอดนิยม ที่แพทย์ทั่วโลกให้การยอมรับ "

JUVEDERM

ฟิลเลอร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ที่ได้รับความนิยมจากแพทย์ทั่วโลกมายาวนาน ผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย. ประเทศไทย ผลิตและนำเข้าโดย บริษัท Allergan Thailand เป็นฟิลเลอร์ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว มีทั้งอุ้งน้ำน้อย อุ้งน้ำมาก เมื่อเติมเต็มเกิดความเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ และผลลัพธ์ที่ยาวนาน


Volbella ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เหมาะเติมเต็มใต้ตา หรือ ปาก
เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีโมเลกุลขนาดเล็กที่มีความละเอียดมากที่สุด เป็นธรรมชาติ เรียบเนียน หลังฉีดจะดู ไม่เป็นก้อน แก้ปัญหาใต้ตาที่คล้ำ ร่องใต้ตาลึก หรือ ร่องปาก ได้ดี ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 12-15 เดือน


Voluma ฟิลเลอร์เนื้อแข็งและฟูปานกลาง ขมับ แก้มส้ม แก้มตอบ ร้องแก้ม คาง ขอบปาก
เป็นรุ่นที่นิยมที่สุดทั่วโลก มีปริมาณHAมากที่สุด มีโมเลกุลขนาดใหญ่ มีความยืดหยุ่นสูง เรียกได้ว่าเป็นฟิลเลอร์ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้เกือบทุกตำแหน่ง ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 18-24 เดือน

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา

รีวิวฟิลเลอร์คาง

รีวิวฟิลเลอร์ปาก

ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น

ตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ก่อนฉีดทุกครั้ง

วิธีการสังเกตว่าเป็นฟิลเลอร์แท้สามารถสังเกตได้ง่ายๆ ดังนี้
1. ตรงบริเวณกล่องจะต้องมี ฉลากภาษาไทย มีราคา และมีวันหมดอายุระบุอย่างชัดเจน
2. มี QR Code ระบุวันที่ผลิต วันหมดอายุ เลขที่อ้างอิงอย่างชัดเจน
3. สามารถโทรสอบถามเลข Lot กับทางบริษัทได้โดยตรง
4. ด้านในกล่อง ผลิตภัณฑ์จะต้องบรรจุอยู่ในแพ็คเกจที่สะอาด ปิดผลึกมาอย่างดี และจะต้องมีเอกสารคู่มือในกล่อง

ข้อปฏิบัติตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ 2 อาทิตย์ก่อนทำ
1. ควรหาข้อมูลรีวิวจากคนไข้ที่ทำจริง หากดูตามเพจความเป็นวีดีโอให้เห็นจะดีมากกว่ารูปรีวิวธรรมดา
2. เลือกหมอและวิธีการทำการรักษา เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีและเกิดอาการบวมช้ำน้อย ควรศึกษาประสบการณ์ของแพทย์และความน่าเชื่อถือของคลินิก
3. เลือกยี่ห้อและชนิดของฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน


1 อาทิตย์ก่อนทำ
1. ควรงดรับทานยา แอสไพริน, NSAIDs
2. ควรงดวิตามิน E
3. ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ทุกชนิด
4. หากต้องทำหน้า นวดหน้า หรือเลเซอร์ต่างๆ ควรทำมาก่อนอย่างน้อย 3 วันก่อนการฉีดฟิลเลอร์ เพราะหลังทำต้องเว้นไปอีก 2 อาทิตย์
5. หากมีโรคประจำตัว หรือทานยาเป็นประจำ ควรเตรียมแจ้งกับแพทย์ที่ทำหัตถการให้ 24 ชั่วโมง


ก่อนทำ
1. งดดื่มแอลกอฮอล์
2. งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น การซาวน่า การออกกำลังหนักๆ

ข้อปฏิบัติตนเองหลังฉีดฟิลเลอร์

6 ชั่วโมงหลังทำ
1. ยาชาเริ่มหายบวม ถ้าจุดไหนที่ยังบวมมากควรประคบเย็นช่วย ไม่ควรกดแรงๆ


กลางคืนหลังฉีดฟิลเลอร์
1. จะเริ่มมีอาการปวด ระบมมากขึ้น ควรทานยาพาราเซตามอล ทุกๆ 4 ชม.แล้วยังปวดมากอยู่ สามารถทานยาแก้ปวดในกลุ่มอื่นๆช่วยเสริมได้ แต่ถ้าไม่เคยทานยาเหล่านี้มาก่อนควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการหรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
2. ควรนอนในห้องแอร์ที่อุณหภูมิ 18-23 องศา หนุนหมอนอย่างน้อย 2 ใบขึ้นไป ไม่ควรนอนตะแคง 2-3 คืนแรกหลังทำเพื่อป้องกันการกดทับหน้า


หลังทำ 24 ชม.
1. จะเริ่มมีอาการบวมมากขึ้น สำหรับฟิลเลอร์บางคนอาจเข้าใจผิดว่าฟิลเลอร์ฟูขึ้น แต่เมื่อผ่านไป 7-14 วัน อาการบวมเข็มจะยุบลงอย่าเข้าใจว่าฟิลเลอร์สลายไป การดูฟิลเลอร์ควรดูตอนฉีดเสร็จทันทีและหลังจาก 14 วันระหว่างนั้นไม่สามารถประเมินได้เพราะเป็นอาการบวม


หลังทำ 48 ชม.
1. สามารถล้างหน้า ทาครีมบำรุง แต่งหน้าทับรูเข็มได้ตามปกติ

ปัญหาคางร่น คางถอย เติมฟิลเลอร์ 1 ซีซี เอาอยู่ไหม

สวัสดีค่ะทุกคนบีนะคะ วันนี้บีจะมารีวิวประสบการณ์ฉีด ฟิลเลอร์คาง ให้ทุกคนได้อ่านกัน ต้องบอกก่อนว่านี่เป็นการฉีด ฟิลเลอร์คาง ครั้งแรกของบีเลยยอมรับว่าตื่นเต้นมาก

ซึ่งตัวบีเองมีปัญหา คางร่น คางถอย ค่ะ แถมแก้มก็ยังเยอะอีกด้วยจึงทำให้ดูไม่มีคางเข้าไปใหญ่ วันนี้บีเลยตัดสินในเข้าไปปรึกษาคุณหมอที่ ไอริ คลินิก หลังจากที่ตามดูรีวิวมาสักพักต้องบอกว่าทุกเคสที่เข้ามาทำคือดูเปลี่ยนดูดีขึ้นกันทุกคน

ภาพก่อนฉีด ฟิลเลอร์คาง

และนี่ก็คือภาพก่อนฉีด ฟิลเลอร์คาง ค่ะ จะเห็นได้ว่าบีแทบไม่มีคางเลยซึ่งปัญหานี้ทำให้บีขาดความมั่นใจเป็นอย่างมาก

และตัวฟิลเลอร์ที่บีเลือกใช้เป็นเป็นแบรนด์ของ e.p.t.q. S 500 ค่ะ ตัวนี้ผ่านการรับรองมาตรฐาน อย.ประเทศไทย ซึ่งเป็นเนื้อแน่นที่มีประสิทธิภาพในการคงตัวอยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละคนด้วยนะคะ ก่อนฉีดทางคุณหมอก็จะให้ทำการตรวจสอบผลิตภัณฑ์และเปิดใช้งานด้วยตัวเองเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นของแท้ 100%

ภาพระหว่างฉีด ฟิลเลอร์คาง e.p.t.q. S 500

ระหว่างฉีด ฟิลเลอร์คาง คุณหมอจะลงยาชาให้ก่อนนะคะเอาตรงๆตอนแรกบีกลัวเจ็บมากแต่หลังจากลงยาชาก็ไม่มีความเจ็บเลยอีกอย่างคือหมอมือเบามาก หลังฉีดคุณหมอก็จะปั้นทรงคางเพื่อให้มีความสมส่วนและเข้ากับรูปหน้าของเรามากที่สุดค่ะ

ภาพหลังฉีด ฟิลเลอร์คาง e.p.t.q. S 500

หลังฉีดเสร็จจะมีความตึงๆนิดหน่อยค่ะ แต่เห็นผลลัพธ์หลังฉีดทันทีเลยจะบอกว่าหน้าดูเรียวขึ้นมากซึ่งหลังจากฉีดฟิลเลอร์ไปควรดื่มน้ำให้เพียงพอประมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวันนะคะ ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและอากาศร้อนจัด งดทำเลเซอร์ซาวน่า 1 เดือน งดออกกำลังกายหนัก 2 วัน ห้ามบีบหรือนวดบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดค่ะ

หลังฉีด ฟิลเลอร์คาง e.p.t.q. S 500 3วันจะเกิดรอยช้ำได้บ้างนะคะแต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะเพราะรอยเหล่านี้จะจางใน 3-5 วัน ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยนะ

หลังฉีด ฟิลเลอร์คาง e.p.t.q. S 500 14วัน บอกเลยว่าบีมีความมั่นใจขึ้นเยอะมากรูปหน้าดูละมุนสมดุลสุดๆ ปัญหาคางร่น คางถอย จากก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว

ฉีด ฟิลเลอร์คาง e.p.t.q. S 500

และนี่ถือว่าเป็นการฉีด ฟิลเลอร์คาง ครั้งแรกที่บีถูกใจและพอใจเป็นอย่างมากหลายคนยังทักเลยว่าบีหน้าเรียวดูมีคางเพิ่มขึ้น ใครที่สนใจอยาก ฉีดฟิลเลอร์ บีแนะนำเลยค่ะ ไอริ คลินิก รับประกันว่าเปลี่ยนแปลงเหมือนบีแน่นอน

179/3 ซอย วิภาวดี16/17 แขวงดินแดง
เขตดินแดง กทม. 10400
เปิดบริการ : 11.00-20.00 น. ( หยุดทุกวันพุธ )
โทรศัพท์ : 02-0023121 , 063-2629292
ติดตามเราได้ที่

ปรึกษาฟรี

แอดมินพร้อมให้บริการ

ปรึกษาฟรี

แอดมินพร้อมให้บริการ
cross