สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้ใบเฟิร์นอยากมาแชร์ประสบการณ์การทำ Glow Skin เมโสหน้าใส Chanel ที่ ไอริ คลินิกให้ฟังกันค่ะ ต้องบอกเลยว่าประทับใจมากกก เพราะผลลัพธ์ที่ได้คือ ผิวดูฉ่ำวาว กระจ่างใสขึ้นแบบเห็นได้ชัด

หลังจากหาข้อมูลมาเยอะมาก ใบเฟิร์นเจอว่า เมโส Chanel เป็นสกิลบูสเตอร์ระดับพรีเมียมจากประเทศเกาหลีเน้นเรื่องเติมความชุ่มชื้น และช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว ดูเต่งตึงริ้วรอยลดเลือนลงผิวโกลว์ใส ฉ่ำวาวแบบเป็นธรรมชาติ

ก่อนหน้านี้ใบเฟิร์นเป็นคนผิวแห้ง ขาดน้ำ รูขุมขนกว้าง และที่สำคัญคือ หน้าหมองคล้ำง่ายถึงแม้จะดูแลตังเองแล้ว แต่บางทีก็รู้สึกว่าผิวมันดูไม่สดใสเหมือนที่อยากได้ พอลองใช้สกิลแคร์อย่างเดียวบางครั้งก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล

ตอนฉีดนะคะรู้สึกแค่จี้ดๆ เล็กน้อยเท่านั้นค่ะ คุณหมอมือเบามาก ทำให้แทบไม่รู้สึกเจ็บเลย บางจุดจะรู้สึกจี้ดๆนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ถึงกับทนไม่ได้ ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ

หลังฉีดเสร็จทันทีจะมีตุ่มแดงๆเต็มหน้า อันนี้ไม่ต้องตกใจไปนะคะ เดี๋ยวรอยเหล่านี้จะหายไปเองค่ะ ที่สำคัญห้ามใช้มือสัมผัสหน้าเลยเด็ดขาด

หลังทำวันแรก ผิวเฟิร์นรู้สึกชุ่มชื้นขึ้นทันที แล้วก็รู้สึกสดใสขึ้นเล็กน้อยค่ะ ตอนจับผิวจะรู้สึกนุ่มขึ้น แต่ยังไม่ได้เห้นความเปลี่ยนแปลงชัดมาก

ผ่านไป 3 วัน รู้สึกว่าผิวเริ่มดูใสเล็กน้อยค่ะผิวนุ่มขึ้นและมีความชุ่มชื้นมากขึ้นกว่าเดิมพวกริ้วรอยเล็กๆ และความหมองคล้ำเริ่มลดลง

หลังจากครบ 1 สัปดาห์ ผิวดูละเอียดและเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนเริ่มกระชับขึ้นเล็กน้อย รู้สึกว่าผิวแข็งแรงขึ้นแม้จะนอนดึกก็ไม่ค่อยโทรมเหมือนเมื่อก่อน

ครบ 2 สัปดาห์แล้ว ผิวยังคงชุ่มชื้นและกระจ่างใสอยู๋เลยค่ะ แต่งหน้าติดดีขึ้นมาก ไม่ใช้รองพื้นหนาๆก็ยังดูเนียน ผิวดูอิ่มน้ำและสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยรวมคือเลิฟมาก เพราะรู้สึกว่าผิวเฟิร์นได้รับการบำรุงจากภายในจริงๆค่ะ

ถ้าใครกำลังมองหาวิธีดูแลผิวให้ดูโกลว์สุขภาพดีแบบสาวเกาหลี ใบเฟิร์นขอแนะนำ Glow Skin เมโสหน้าใส Chanel ที่ไอริคลินิกเลยค่ะ พนักงานให้คำแนะนำดีมาก ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวชุ่มชื้น กระจ่างใสขึ้นทันที และที่สำคัญคือผิวดูสุขภาพดีขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งเมคอัพเยอะๆ

HIFU คืออะไร?

HIFU คือ โปรแกรมยกกระชับผิว ใช้เครื่องเฉพาะเพื่อยกกระชับผิวและสัดส่วน ซึ่ง HIFU สามารถทำ ได้ทั้งบริเวณใบหน้า, แก้ม, เหนียง, คอ รวมถึงต้นแขน ต้นขา และส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ส่งผลให้ผิวบริเวณที่ทำ HIFU นั้นยืดหยุ่นและกระชับมากขึ้น และลดริ้วรอยต่าง ๆ โดยที่หลังทำไม่ต้องพักฟื้น ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงจะเห็นทันทีหลังทำเสร็จ และจะเห็นผลอย่างชัดเจนหลังทำประมาณ 1 เดือน

ปัจจุบันเครื่อง HIFU มีหลายเกรดมากมาย แต่ทางไอริคลินิกได้เลือกเครื่องเกรดนำเข้าจากเกาหลีที่มีต้นทุนสูง และได้การรับรองจาก อย.เกาหลี และ อย.ไทย สามารถให้พลลังงานที่เสถียรได้มาตรฐานและปลอดภัย ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน พร้อมกับหัวเปลี่ยนทุกระดับชั้นผิวตอบโจทย์ทุกปัญหา

เนื่องจากเครื่อง HIFU ที่ไอริคลินิก แตกต่างจากเครื่องไฮฟู่ทั่วไป จึงมีหัวเปลี่ยนในการยิงช็อตทุกระดับชั้นผิว เพื่อตอบโจทย์และแก้ไข้ปัญหาของลูกค้าได้อย่างตรงจุดและแม่นยำ สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS ได้จริง ยกทันที 10-30%

ทำ HIFU ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?

1. ลดความหย่อนคล้อยของผิว ใบหน้า และลำคอ

2. สามารถแก้ปัญหาริ้วรอยบนผิวหน้า หน้าผาก และรอบดวงตา

3. แก้ปัญหาชั้นไขมันใต้คาง แก้ม และเหนียง

4. แก้ปัญหาหนังตาตก ช่วยยกหางคิ้วขึ้น

5. ช่วยยกกระชับผิวบริเวณร่างกายส่วนอื่น เช่น ต้นแขน, ท้องแขน, หน้าท้อง, เอว, สะโพก และต้นขา

HIFU เหมาะกับใคร?

HIFU สามารถทำได้ทุกเพศ ทำได้บ่อยครั้ง และยังสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ด้วย

1. ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดความกระชับ มีความหย่อนคล้อย

2. ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือร่องใต้ตา ร่องแก้มไม่ลึกมาก

3. ผู้ที่ต้องการให้กรอบหน้าชัด ลดแก้ม ลดเหนียง

4. ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวแบบไม่ต้องการแผล ไม่ฉีด ไม่ต้องผ่าตัด

5. ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น

อายุเท่าไหร่ถึงทำ HIFU ได้?

โดยส่วนมากแล้วเครื่อง HIFU จะเหมาะกับผู้ที่มีอายุ 30-40 ปีขึ้นไป ที่มีปัญหาริ้วรอยและร่องลึกตามวัย แต่ด้วยปัจจุบันผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ก็สามารถเข้ารับการทำไฮฟู่ได้เช่นกัน ซึ่งหากทำ HIFU อย่างเป็นประจำจะช่วยให้ผิวเรากระชับและมีคอลลาเจน ผิวดูอ่อนเยาว์ก่อนวัย

แต่ละบริเวณควรทำ HIFU กี่ช็อต ?

HIFU บริเวณหน้าผาก ใช้ประมาณ 100-200 ช็อต

HIFU บริเวณเหนียง ใช้ประมาณ 100-300 ช็อต

HIFU บริเวณเหนียง แก้ม กรอบหน้า ใช้ประมาณ 300-600 ช็อต

HIFU บริเวณทั่วหน้า และ เหนียง ใช้ประมาณ 800-1200 ช็อต

ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ที่มีประสบการณ์ประเมินใบหน้าและคำนวณจำนวนช็อตที่ใช้ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล รวมถึงช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และควรเลือกคลินิกที่แพทย์เป็นผู้ทำหัตถการเท่านั้น

ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น!

ข้อปฏิบัติตัวหลังทำ HIFU

โปรแกรมดริปวิตามินผิว

โปรแกรมดริปวิตามินผิว คือ การให้วิตามินทางเส้นเลือด ช่วยในการฟื้นฟูสุขภาพจากภายใน สามารถดูดซึมได้ถึง 100% วิตามินรวมสูตรเข้มข้น ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระนานาชนิด กระตุ้นและฟื้นฟูการทำงานของตับเพื่อให้สามารถผลิตสารกลูตาไทโอนตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ภายในร่างกายทั้งหมด กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ช่วยฟื้นฟูผิวที่หมองคล้ำ หรือ คล้ำแดด ให้กลับมาขาวใสดังเดิมอย่างรวดเร็ว

ดริปวิตามินบำรุงผิเหมาะกับใครบ้าง

1. บุคคลทั่วไปโดยมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ไม่มีโรคประจำตัว

2. ท่านที่ต้องการดูแลสุขภาพ ผิวพรรณ ให้ดูกระจ่างใส หรือ ท่านที่รู้สึกผิวหมองคล้ำ

3. บุคคลที่อ่อนเพลียง่าย ทำงานเยอะแล้วป่วยง่าย เป็นหวัดง่าย รู้สึกไม่ค่อยสดชื่นเวลาทำงาน

4. เหมาะกับสายปาร์ตี้ ชอบเที่ยว ชอบ Hangout แต่ต้องทำงานต่อ แล้วอ่อนเพลีย

5. ไม่สะดวก หรือ ลืมรับประทานวิตามิน หรือ อาหารเสริม หรือ ไม่ได้รับประทานเป็นประจำ

มีทั้งหมด 3 สูตรให้เลือก

ช่วยบำรุงผิวขาวให้กระจ่างใสขึ้น เป็นสูตรวิตามินผิวที่เน้นเรื่องการฟื้นฟูผิว หลังทำจะให้ผิวที่สะอาดใสดูมีออร่าขึ้น ผิวละเอียดเนียน นุ่มน่าสัมผัส เหมาะสำหรับคนรักผิวที่อย่างให้ผิวสุขภาพดี

เป็นสูตรวิตามินผิวที่เน้นในเรื่องของการฟื้นฟูผิวแห้ง ทำให้ร่างกายสดชื่น เสริมสร้างภูมิต้านทานจากโรคต่างๆ ช่วยลดรอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิว และลดฝ้ากระ เหมาะสำหรับคนทำงานหนัก ผักผ่อนน้อยร่างกายอ่อนเพลีย หลังทำจะช่วยเพิ่มพละกำลัง และ หลับสบายขึ้น

เป็นสูตรของการดริปวิตามินผิวที่รวบวิตามินพรีเมี่ยมที่จำเป็นต่อร่างกาย ให้บำรุงอย่างล้ำลึก ได้ทั้งผิวขาวใสสุขภาพดีและร่างกายที่แข็งแรงครบจบในกระปุกเดียว กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโดยการต่อต้านอนุมูลอิสระที่เข้ามาทำร้ายผิวและอวัยวะส่วนอื่นๆบำรุงรักษาทั้งภายในและภายนอก กระตุ้นการผลิตคอลลาเจนผิวขาวกระจ่างใส ผิวสุขภาพดี และช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สดชื่นแข็งแรงขึ้น

แนะนำดริปวิตามินผิวอยู่ที่ประมาณ 5 ครั้งขึ้นไป ห่างกันสัปดาห์ละครั้ง โดยขึ้นอยู่กับร่างกาย และ สภาพผิวของแต่ละท่านด้วย เพราะในร่างกายคนเรามีความแตกต่างกัน เลยส่งผลต่อการดูดซึมที่แตกต่างกันด้วย

โปรโมรชั่นประจำเดือน

ดริปวิตามินผิวกี่ครั้งเห็นผล?

แนะนำดริปวิตามินผิวอยู่ที่ประมาณ 5 ครั้งขึ้นไป ห่างกันสัปดาห์ละครั้ง โดยขึ้นอยู่กับร่างกาย และ สภาพผิวของแต่ละท่านด้วย เพราะในร่างกายคนเรามีความแตกต่างกัน เลยส่งผลต่อการดูดซึมที่แตกต่างกันด้วย

เมโสแฟต (Fat Bomb) คือ ฉีดการสลายไขมัน และกระชับสัดส่วนเฉพาะจุดโดยไม่ผ่านการผ่าตัด ทำหน้าที่สลายไขมันส่วนเกินไม่ว่าจะเป็นบริเวณ แก้ม เหนียง แขน ขา หรือ หน้าท้อง โดยตัวยาจะเข้าไปกระตุ้นให้เซลล์ไขมันให้แตกตัวเป็นโมเลกุลเล็ก และถูกขับออกทางเหงื่อหรือปัสสาวะ ทำให้บริเวณที่ฉีดมีขนาดที่ลดลง และกระชับเข้ารูปมากขึ้น

เมโสแฟต (FAT BOMB) ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง

บริเวณที่นิยมฉีดแฟต (FAT BOMB) คือ แฟตแก้ม แฟตเหนียง แฟตขา แฟตแขน และแฟตหน้าท้อง เรียกได้ว่าเมโสแฟต สามารถฉีดสลายไขมันได้ทุกบริเวณ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำจากแพทย์ และยี่ห้อของเมโสแฟตที่นำในการรักษา

ฉีดแฟต สลายไขมัน ยี่ห้อไหนดี

เนื่องด้วยปัจจุบันยี่ห้อเมโสแฟต ถูกผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่จะได้อย.เครื่องสำอาง ซึ่งทางไอริคลินิกได้คัดเมโสแฟต 2 ยี่ห้อที่ได้ขึ้นทะเบียนยาแพทย์ซึ่งได้การรับรองจากแพทย์ภาครัฐว่า ปลอดภัย แล้วสามารถช่วยในการรักษาสลายไขมันได้ ซึ้งจะแตกต่างจากเมโสแฟตทั่วไป

Lipo V Fat คือ เมโสแฟตยี่ห้อนิยมจากประเทศเกาหลี และได้อย.ไทย ที่ขึ้นเป็นทะเบียนยาแพทย์ ผ่านการรับรองจากแพทย์ภาครัฐ แตกต่างจากเมโสแฟตทั่วไป และมีจุดเด่นคือการช่วยสลายไขมันและเซลล์ลูไลท์ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการยกกระชับผิวได้ดีอีกด้วย นิยมใช้ในบริเวณ สลายไขมันแก้ม และ เหนียง

Neobella Fat คือ นวัตกรรมสลายไขมันอีกหนึ่งยี่ห้อที่มาจากประเทศเกาหลี มีจุดเด่นตรงที่มีการใช้ Deoxycholic Acid (DCA) ซึ่งเป็นตัวยาสลายไขมันที่ได้รับการรับรองจาก US FDA มาส่วนผสมหลัก ทำให้สามารถออกฤทธิ์เข้าสลายเซลล์ไขมันโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการดึงไขมันออกจากเซลล์เหมือนตัวยาอื่นๆ จึงเหมาะสำหรับบริเวณที่มีการสะสมของไขมันจำนวนมาก

ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น!

จะเริ่มเห็นผลภายใน 7-10 วัน หากมวลไขมันเยอะ จะต้องใช้ตัวยาที่ค่อนข้างเยอะ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้บริการ

การเตรียมตัวและข้อระวังก่อนฉีดเมโสแฟต (FAT BOMB)

1. งดฉีดในกลุ่มคนไข้ที่อายุน้อยกว่า 18 ปี คนไข้ตั้งครรภ์ให้นมบุตร

2. งดฉีดในผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่น เบาหวาน, มะเร็ง

3. ผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด

4. งดทานยาในกลุ่มแอสไพริน NSAIDs และ Dipyridamol เป็นเวลา 48 ชั่วโมงก่อนฉีด

5. งดทานวิตามินอย่างน้อย 3 วันก่อนทำหัตถการ

6. งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำหัตถการอย่างน้อย 1 วัน

การปฏิบัติตนหลังฉีดเมโสแฟต (FAT BOMB)

1. เลือกทานอาหารที่ให้ปริมาณพลังงานต่อวันเพียงพอ และไม่มากจนเกินความจำเป็น

2. งดทานน้ำตาล หรือแป้งที่เกินความจำเป็นต่อพลังงานในแต่ละวัน

3. หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายสามารถสลายไขมันได้เร็วขึ้น

4. ดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ไวขึ้น

เมโสหน้าใส (GLOW SKIN)

เมโสหน้าใส (GLOW SKIN) คือ การฉีดสารสกัดจากวิตามินสำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกายรวมถึงสารบำรุงสำคัญต่อผิวลงไปยังผิวหนังชั้นกลางของผิวหน้า เพื่อเสริมปริมาณวิตามินที่มีส่วนช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวและการฟื้นฟู ซ่อมแซมความเสียหายของผิวจากสิ่งสกปรก มลภาวะ สารระคายเคืองต่างๆ ให้มีประสิทธิผลมากขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้ผิวสุขภาพดีและแข็งแรง มีผิวสัมผัสและเนื้อผิวที่ดีขึ้น

หลังฉีดเมโสหน้าใส นานแค่ไหนจึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์? แล้วอยู่ได้นานแค่ไหน?

หลังจากฉีดเมโสหน้าใสไปแล้วประมาณ 1-2 สัปดาห์ ผู้เข้ารับบริการจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าที่เริ่มสุขภาพดีขึ้น ผ่านผิวสัมผัสที่นุ่มและชุ่มชื้น มีสีผิวอมชมพูกระจ่างใสกว่าผิวก่อนที่จะรับบริการ โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 1-2 เดือน หากผู้เข้ารับบริการต้องการคงผิวที่ดูสุขภาพดีเอาไว้เรื่อยๆ ควรวางแผนการฉีดเมโสหน้าใสทุกๆ 2-4 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนาน

ใครไม่เหมาะกับหรือมีจำกัดที่ไม่สามารถฉีดเมโสหน้าใส?

ผู้ที่มีเงื่อนไขด้านสุขภาพซึ่งอาจต้องเลื่อนนัดรับบริการฉีดเมโสหน้าใสออกไปก่อน หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการ ได้แก่

1. หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร

2. ผู้ที่กำลังมีปัญหาผิวหนังอักเสบ ผิวหนังติดเชื้อ หรือเป็นสิวอักเสบรุนแรง ควรรักษาให้หายก่อนรับบริการ

3. ผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนเลือด การแข็งตัวของเลือด รวมถึงมีภาวะความดันโลหิตที่ไม่ปกติ

4. ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ

5. ผู้ที่เคยมีอาการแพ้สารวิตามินหรือสารบำรุงที่ใช้ในการเสริมความงาม

นอกจากนี้ผู้ที่ไม่มีเวลามาฉีดเมโสหน้าใสอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 2-4 สัปดาห์ ก็อาจไม่เหมาะกับบริการนี้เช่นกัน เนื่องจากการไม่สามารถมาฉีดผิวได้อย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ไม่เห็นผลลัพธ์ของการรักษาที่ชัดเจนมากพอ

ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น!

ฉีดเมโสหน้าใสยี่ห้อไหนดี ?

แต่ละยี่ห้อของเมโสหน้าใส มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ควรเลือกยี่ห้อที่เหมาะกับปัญหาผิวของเรา หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง ในทั้งนี้ ไอริ คลินิก ได้คัดยี่ห้อเมโสหน้าใสมา 2 ยี่ห้อแนะนำ ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะกับผิวคนไทย รวมถึงบริษัทที่เป็นผู้ผลิตจะต้องมีคุณภาพอย่างครบถ้วน โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และผลลัพธ์เป็นหลัก

Glutanex Glow

Glutanex Glowเป็นตัวยาจากประเทศเกาหลีที่มีส่วนผสมของกลูต้าไธโอนบริสุทธิ์ และวิตามินมากกว่า 20 ชนิด ช่วยบำรุงผิวใส ลดริ้วรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแดงสิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มน้ำ กระชับรูขุมขน และยังสามารถฉีด Glutanex Glow ใต้ตาเพื่อฟื้นฟูใต้ตาคล้ำให้กลับมาสดใส ผ่านกับรับร้องจาก อย.เกาหลี และ อย.ไทย ใครที่มีปัญหาหน้าหมองคล้ำ หน้าโทรม Glutanex Glow ก็เป็นอีกตัวเลือกนึงที่เหมาะเลยทีเดียว

Chanel Skin Booster

Chanel เป็นสกินบูสเตอร์ระดับพรีเมียมจากประเทศเกาหลี ที่จะช่วยเพิ่มความฉ่ำวาว โกลว์ใสให้กับผิวหน้าได้อย่างรวดเร็ว เหมาะมาก ๆ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งเสีย หยาบกร้าน โดย Chanel จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว เติมความชุ่มชื้น คืนความยืดหยุ่นให้ผิวจากภายใน ทำให้ผิวดูเต่งตึง ริ้วรอยลดเลือนลง และปรับสีผิวให้กระจ่างใสมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์กับคนที่ต้องการงานฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน

การเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสหน้าใส (GLOW SKIN)

เนื่องจากการฉีดเมโสหน้าใส (GLOW SKIN) มีส่วนประกอบของวิตามิน จะต้องแจ้งประวัติด้านสุขภาพ ประวัติการแพ้ยา สารเคมี หรือสารบำรุง สารวิตามินต่างๆ ให้กับแพทย์ได้ทราบอย่างครบถ้วน รวมถึงแจ้งปัญหาผิวของเราที่อยากให้การฉีดเมโสหน้าใสช่วยฟื้นฟูทั้งหมด เพื่อเลือกยี่ห้อเมโสหน้าใส ได้อย่างตรงจุด

ข้อปฏิบัติตนหลังฉีดเมโสหน้าใส

1. หลีกเลี่ยงการใช้มือและนิ้วกดใบหน้า

2. งดทาครีมบริเวณรอยเข็ม 1 คืน

3. พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้มาก ๆ

4. งดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

5. หลีกเลี่ยงการออกไปในที่แสงแดดจัดหรือมีความร้อนสูงเป็นเวลา 48 ชั่วโมง หรือหากมีความจำเป็นต้องออกแดดบ่อย ๆ ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF30 ขึ้นไป

เลเซอร์กำจัดขนถาวร ที่ไหนดี?

ก็ต้องเลเซอร์กำจัดขนถาวรที่ไอริ คลินิกสิคะ ปัญหาของขน เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ใครหลายๆคนไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็อยากกำจัดขนออกไป ใครที่ยังกำจัดขนด้วยวิธีถอน โกน หรือแว็กซ์อยู่นั้น นอกจากต้องเสียเวลาทำเองแล้ว ยังทำให้รู้สึกเจ็บทำร้ายผิวหนัง และกำจัดขนได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะขนก็จะกลับขึ้นมากวนใจใหม่อย่างรวดเร็ว จะดีกว่าไหม ถ้าสามารถกำจัดขนได้อย่างถาวร การเลเซอร์ ตอบโจทย์ความต้องการนี้แน่นอน ซึ่งเป็นวิธีที่หลายคนเลือกใช้และสนใจ สามารถกำจัดขนได้ทั้งร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ขนแขน ขนขา รักแร้ หนวด เครา หรือจุดซ่อนเร้น นอกจากช่วยลดการขึ้นของขนในระยะยาวได้แล้ว ยังไม่ทำร้ายผิวอีกด้วย โดยเลเซอร์แต่ละชนิดก็มีประสิทธิภาพที่แตกต่างกันออกไป

เลเซอร์กำจัดขนถาวร กับ Diode Laser ดีอย่างไร

Diode Laser ดีกว่าเลเซอร์อื่นตรงที่สามารถลงลึกถึงชั้นผิวได้ลึกกว่าเลเซอร์แบบอื่นๆ โดยมีพลังงานเลเซอร์ถึง 3 ระดับ คือ 755 , 808 และ 1064 นาโนเมตร ซึ่งสามารถทำลายเม็ดสีเมลานินลงลึกถึงเส้นขนและรากขนได้จริง และยังสามารถดูดซับเซลล์เม็ดเลือดแดง เพื่อทำลายเส้นเลือดฝอยซึ่งเป็นตัวหล่อเลี้ยงรากขนได้อีกด้วย ทำให้ขนขึ้นน้อยลงและค่อยๆ หายไปได้เร็วกว่าเลเซอร์แบบอื่น เช่น IPL และยังมีจุดเด่นที่สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็น ผิวแห้ง ผิวบอบบาง และผิวคล้ำ ความพิเศษของ Diode Laser ยังสามารถกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว ช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนและขาวมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดขนคุดและกระชับรูขุมขนได้อีกด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้น เครื่อง Diode Laser มีหลายเกรดมากในท้องตลาด ควรเลือก Diode laser กำจัดขนถาวรที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองทั้ง อย.ไทย และ อย.ต่างประเทศ ซึ่งไอริคลินิกได้นำเข้าเครื่องและหัว Diode laser จากอเมริกา ที่ผ่านการรับรองจาก FDA ไว้บริการลูกค้าทุกท่านที่ไอริคลินิกแล้ว

เลเซอร์กำจัดขนบริเวณไหนได้บ้าง

เลเซอร์กำจัดขนสามารถทำได้ทุกบริเวณ ซึ่งไอริคลินิก ให้บริการเลเซอร์กำจัดขนทุกบริเวณทั่วร่างกาย และ ใบหน้า แต่บริเวณที่นิยมเลเซอร์กำจัดขน ได้แก่
1. เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ แก้ปัญหารักแร้ดำ ขนคุด มีตุ่มหนังไก่ รักแร้เรียบเนียนมากยิ่งขึ้น
2. เลเซอร์กำจัดขนขา แก้ปัญหาขนดก ขนขาเยอะ ช่วยให้ผิวบริเวณขาเรียบเนียนขึ้น
3. เลเซอร์กำจัดขนแขน แก้ปัญหาขนแขนเยอะ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและสว่างมากขึ้น
4. เลเซอร์กำจัดขนใบหน้า กำจัดไรผมบนให้หน้า ช่วยให้ใบหน้าดูสว่างกระจ่างใสขึ้น ลดการอุดตันของรูขุมขน
5. เลเซอร์กำจัดหนวด กำจัดเครา แก้ปัญหาขนขึ้นเป็นตอๆ ลดความแข็งของเส้นขน ช่วยให้คำความสะอาดใบหน้าได้ง่านขึ้น ลดการเกิดสิว
6. เลเซอร์กำจัดขนน้องสาว หรือ น้องชาย เป็นการกำจัดขนจุดซ่อนเร้น ช่วยลดความอับชื้น อาการคัน ทำความสะอาดได้ง่าย โดยการเลเซอร์กำจัดขนจุดซ่อนเร้น จะแบ่งบริเวณตามนี

ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น!

สำหรับโปรบุฟเฟ่ต์กำจัดขนตัว เนื่องจากเราตัดต้นทุนประกันเครื่องไป จึงสามารถจัดโปรโมชั่นราคาดีๆให้กับลูกค้าทุกท่านได้ จึงขอความกรุณาจำกัดบริเวณในการใช้บริการ 1 วัน ต่อ 3 บริเวณ เพื่อไม่ให้เครื่องทำงานหนักจนเกินไป หากลูกค้าท่านใดประสงค์ทำทีเดียวทั้งตัวเลย ใน 1 วัน สามารถเลือกโปรบุฟเฟ่ต์ 6 เดือน ราคา 9,990 บาท หรือ โปรบุฟเฟ่ต์ 1 ปี ราคา 16,990 บาท

โปรกำจัดขนรักแร้+ทรีตเมนต์

เป็นโปรแกรมกำจัดขนแบบ 2 Step เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ และ ทรีตเมนต์แร้แร้ขาวใส รู้กสึกได้ตั้งแต่ครั้งแรก

เลเซอร์กำจัดขนกี่ครั้งเห็นผล

ต้องเลเซอร์กี่ครั้งขึ้นอยู่กับความเข้มและความหนาของเส้นขน โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 6 ครั้งขึ้นไป

การเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์กำจัขน

ก่อนมาทำเลเซอร์กำจัดขน ไม่ควรถอนขนหรือแว็กซ์ขนมาก่อน เพราะเป็นการทำลายรากขนที่เราต้องการทำลายด้วยการยิงเลเซอร์ โดยจะแนะนำเป็นการโกนขนเท่านั้น เพราะจะยังเหลือรากขน และจะช่วยให้แสงเลเซอร์ที่ยิงเข้าไปจับกับรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และงดครีมก่อนมาเลเซอร์กำจัดขน เพราะอาจทำให้ก่อเกิดการระคายเคืองได้

ข้อควรปฏิบัติตนหลังเลเซอร์กำจัดขน

1. งดใช้ครีม และโลออน ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ ใช้ครีมสูตรอ่อนโยนกลุ่ม Moisturizer ได้

2. งดกิจกรรมที่ใช้ความร้อน เช่น อาบน้ำร้อน อบเซาวน่า

3. หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ให้ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ

4. งดใช้ผลิตภัณฑ์น้ำหอม อย่างต่ำ 7 วัน

5. ควรเลเซอร์ห่างกัน 1 เดือน เพื่อป้องกันการอักเสบของผิวหนัง ขนจะเริ่มร่วงในระยะเวลา 14 วัน

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าปัญหา รอยแผลเป็น รอยแตกลาย รอยดำ และรอยสิว เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เราขาดความมั่นใจอย่างมาก ทางไอริคลินิกจึงได้นำเครื่องเลเซอร์ Scaxel laser ที่ฮิตมากๆจากประเทศเกาหลี เพราะคนเกาหลีส่วนใหญ่ชอบทำศัลยกรรมกันบ่อย จึงให้ความสำคัญในเรื่องของผิวมาก จึงผลิตเครื่องเลเซอร์ที่รักษารอยแผลเป็นต่างๆ ฟื้นฟูทุกรอยดำจากแผลให้กลับสู่ภาวะผิวเดิมของเรา

รีวิวเพียบ ลูกค้าประทับใจหลังใช้บริการเพราะรักษากันอย่างตรงจุด เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเห็นผลที่สุด การรักษาแผลเป็น รักษารอยแตกลาย รักษาสิว รักษาหลุมสิว หรือรักษารอยดำต่างๆ ต้องเลือกคลินิกที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้โดยเฉพาะ และใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่เหมือนเครื่องทั่วไป เพราะเครื่อง Scanxel laser ไม่ใช่ทั้ง Pico และ Q switch แต่เป็นเครื่องรักษาเฉพาะที่ดังมากๆในประเทศเกาหลี

* ขอดูรีเพียบเพิ่มเติมได้ทาง Chat Facebook และ Line@ *

เลเซอร์แผลเป็น เลเซอร์รอยแตก เลเซอร์รอยดำที่ไหนดี ก็ต้องที่ ไอริ คลินิก สิคะ เพราะเรานำเข้าเครื่องเลเซอร์จากประเทศเกาหลี เพื่อนำมารักษาแผลเป็น รอยแตกลาย รอยดำ รอยแดงสิว รุขุมขน หลุมสิว โดยฉพาะเลย เพราะเครื่อง scanxel ได้ผ่านการรับรองจาก KFDA ผ่าน อย.เกาหลี และ อย.ไทย ซึ่งมันใจได้เลยว่าปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่ดี เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก 10-20% และเป็นนิยมอย่างมาก จะเป็นการยิงแบบตกสะเก็ดเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อสร้างผิวใหม่ให้แก่เรา และยังช่วยกรอผิวรอยแผลเป็นที่ขรุขระให้เรียบเนียนขึ้นอีกด้วย

เลเซอร์แผลเป็น

แผลเป็น (scar) หมายถึง รอยแผลที่เกิดจากการหายของแผลที่ไม่สมบูรณ์ หรือการผิดปกติของการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็นที่มีลักษณะไม่เหมือนผิวหนังปกติ ซึ่งสามารถรักษารอยแผลเป็น รอยดำ รอยแดง ให้หายลงได้ด้วยการเลเซอร์ และยังสามารถกระตุ้นคอลลาเจน และปรับเม็ดเลือดสีให้เป็นปกติ แล้วเขาสู่สภาวะฟื้นฟู

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล*

เลเซอร์รอยแตกลาย

ผิวแตกลาย หรือ รอยแตกลาย (ทางการแพทย์เรียกว่า Stretch Mark หรือ Striae) ร่องรอยที่ไม่อาจลีกเลี่ยงของใครหลายๆคน เกิดจากการยืดหรือขยายอย่างรวดเร็วของผิวหนังและเนื้อเยื่อ เช่น จากการตั้งครรภ์ นํ้าหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้โครงสร้างคอลลาเจนถูกทำลาย จนเกิดรอยแตกลายบริเวณต่างๆ ซึ่งผิวแตกลายนั้น มักจะเกิดขึ้นที่ผิวหนังชั้นกลาง และเกิดในบริเวณที่มีไขมันสะสมอยู่มาก เช่น บริเวณหน้าท้อง หน้าอก เต้านม สะดือ ต้นแขน ต้นขา สะโพก รักแร้ และน่อง

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล*

เลเซอร์ขาลาย หลังลาย รอยดำต่างๆ

ขาลาย หลังลาย อาจเป็นปัญหาทำให้หลายคนไม่มั่นใจและไม่กล้าใส่เสื้อผิวที่เปิดผิวหนังเท่าไหร่ โดยปัญหาขาลาย หลังลายอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น รอยข่วน รอยเกา รอยแผล การโกนขน ผิวหนังอักเสบ เป็นสิว ยุงกัด แมลงต่อยหรืออาการน้ำเหลืองไม่ดี เป็นต้น ซึ่งการเลเซอร์เป็นวิธีที่ดีสุด เพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อปรับเม็ดเลือกสีที่ผิดปกติ ให้กลับสู่ภาวะผิวเราดั่งเดิม

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล*

เลเซอร์และฉีดคีลอยด์

คีลอยด์ ( Keloid ) จัดอยู่ในประเภทของรอยแผลเป็นชนิดหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นแผลนูนมีการขยายใหญ่ออกนอกขอบเขตบาดแผลเดิม แผลจะมีสีที่แตกต่างกันออกไป เช่น สีแดง สีคล้ำ สีช้ำ บริเวณแผลเป็นส่วนใหญ่จะมีอาการคัน บางคนมีอาการเจ็บ รู้สึกผิวตึงรั้งร่วมด้วย แม้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ แต่ส่งผลด้านความสวยงามและสภาพจิตใจได้

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล*

เลเซอร์สิว หลุมสิว

สิว หลุมสิว คือรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นหลังจากการอักเสบของสิว หรือหลังสิวหาย โดยระหว่างการซ่อมแซมผิวในระหว่างเป็นสิว ชั้นผิวหนังอย่างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนมักจะเกิดความเสียหาย ทำให้การสมานแผลของผิวชั้นนอกไม่สามารถเติมเต็มได้ ผิวจึงไม่เรียบเนียน มีลักษณะเป็นรอยบุ๋มลงไป หรือกลายเป็นหลุมสิวแบบที่เราเห็นนั่นเอง

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล*

ผ่อนตรงกับคลินิก

สำหรับลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิต สามารถผ่อนโปรโมชั่นเลเซอร์กับทางคลินิกได้ 2 งวดแรก โดยจะมีค่าเปิดระบบผ่อน 300 บาท

REVIEW

*เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก 10 - 20% * แต่ละผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองหลังเลเซอร์ *

เลเซอร์กี่ครั้งถึงเห็นผล

คำถามยอดฮิต เลเซอร์แผลเป็น เลเซอร์รอยแตก เลเซอร์รอยดำ เลเซอร์รักษาสิวหลุมสิว ควรเลเซอร์กี่ครั้งถึงจะหาย ก่อนเลเซอร์ ไอริ คลินิก อยากให้ทุกท่านทำความเข้าใจก่อนว่า การรักษารอยแผลต่างๆ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของแผล ความเข้มของสีแผล รอยลึกของชั้นผิวที่เกิดการแยกตัว และที่สำคัญคือสุขภาพและการดูแลตนเองหลังเลเซอร์ เพราะหลังจากการทำเลเซอร์ Scanxel Laser จะทำให้เกิดการอักเสบ ตามบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งจะเกิดเป็นรอยแดง และจะมีการตกสะเก็ด โดยอาจจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ที่รอยแดงจากแผลจะค่อยๆจางลงไป ซึ่งในการรักษาอาจจะต้องมีการทำซ้ำ และจำนวนครั้งในการรักษา จะขึ้นอยู่กับปัญหาของผิวที่พบ แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะรักษาอยู่ที่ 8-10 ครั้ง เพื่อพลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยแต่ละครั้งจะเว้นระยะเวลาห่างกันประมาณ 4 สัปดาห์

* ไม่ควรเลเซอร์ติดต่อกันเร็วเกินไป อาจส่งผลให้ผิวของเราไหม้ได้ *

ขั้นตอนการดูแลผิวหลังเลเซอร์

1. งดทำความสะอาด หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลสัมผัสน้ำเป็นเวลา 24 ชั่วโมง

2. หลังจากทำการรักษาไปแล้ว 24 ชั่วโมง สามารถทำความสะอาด และบำรุงผิว แต่งหน้าได้ตามปกติ

3. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ หรือยาละลายหัวสิวในช่วง 3 วันแรกของการรักษา

4. หลีกเลี่ยงการสัมผัส การกดนวด การขัดผิวหน้าที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว

5. หลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้ง การโดนแดดจัดเป็นเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์หลังจากการรักษา

6. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องสัมผัสความร้อน เช่น การอบซาวน่า การอบไอน้ำในช่วง 3 วันแรกของการรักษา

7. ถ้าหากมีการตกสะเก็ดของแผล ห้ามแกะ หรือเกา ควรปล่อยให้แผลหายไปเอง

8. ควรใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ มอยเจอไรเซอร์ ที่มีความอ่อนโยน เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

9. ปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไป 

ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพื่อไม่ให้ผิวเป็นรอยดำ ไม่คล้ำขึ้นหลังทำเลเซอร์

บริการฉีดคีลอยด์

สำหรับท่านใดที่มีแผลนูน หรือ แผลคีลอยด์นั้นเอง ต้องอาศัยการรักษาแบบฉีดคีลอยด์ควบคู่ไปด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน

ฉีดคีลอยด์ 1 เข็ม ราคา 990 บาท

ฉีดคีลอยด์ 2 เข็ม ราคา 1,600 บาท

ฉีดคีลอยด์ 5 เข็ม ราคา 3,500 บาท

โดยเฉลี่ย แผลคีลอยด์ จะฉีดประมาณ 2-5 ครั้ง ครั้งละกี่เข็ม แพทย์จะประเมินตามขนาดของแผลคีลอยด์ สามารถปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

การฉีดโบท็อกซ์เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน ซึ่งการวางแผนฉีดโบท็อกซ์อย่างสม่ำเสมอถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพผิวของเรา เพื่อให้ผิวดูอ่อนเยาว์ก่อนวัย และปัจจุบันมีคลินิกจำนวนมากที่ใช้กลโกงแบบคำว่า ไม่จำกัดยู ซึ่งไม่มีคลินิกไหนยอมขาดทุนอย่างแน่นอน เพราะโบท็อกซ์ของแท้จะมาในรูปแบบผงแล้วนำมาผสมกับน้ำเกลือในอัตราส่วนที่ถูกกำหนดไว้ หากท่านใดหลงเชื่อหรือเลือกคลินิกที่ใช้กลโกงคำว่า ไม่จำกัดยู ท่านอาจจะได้น้ำเกลือในปริมาณที่เกิดกำหนดไปแทน แล้วอาจทำให้ดื้อโบได้ เพราะฉนั้นไอริคลินิกจึงให้ความสำคัญกับการโปรโมทที่ตรงไปตรงมา ภายใต้ concept สวยได้แบบไม่ขายฝัน จะแจ้งข้อมูลทุกอย่างชัดเจนว่าราคานี้ได้โบท็อกซ์กี่ยู เพื่อที่จะแก้ไข้ปัญหาได้อย่างแม่นยำ และตรงจุด

โบท็อกซ์ (Botox) คือชื่อทางการค้าของสาร Botulinum toxin A  มีฤทธิ์สกัดกั้นระบบการทำงานของเซลล์ประสาท ทำให้ไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ จึงเกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อ ในปัจจุบันถูกนำมาใช้ในวงการเสริมความงามอย่างแพร่หลาย ทั้งยังนำมาใช้ทางการแพทย์ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งแท้จริงแล้วคำว่า “Botox” เป็นชื่อทางการค้าของบริษัท Allergan ที่คิดค้นการนำสาร Botulinum toxin A มาใช้รักษาความงามด้านริ้วรอยเป็นครั้งแรก และเป็นยี่ห้อแรกที่ได้การรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (USFDA)

ประเมินเบื้องต้น

การฉีดโบท็อกซ์แต่ละบริเวณควรใช้กี่ยู

โบท็อกซ์กราม ใช้ประมาณข้างละ 25-30 ยูนิต
โบท็อกซ์หน้าผาก ใช้ประมาณ 30 ยูนิต
โบท็อกซ์ระหว่างคิ้ว ใช้ประมาณ 12-13 ยูนิต
โบท็อกซ์หางตา ใช้ประมาณ 12-13 ยูนิต
โบท็อกซ์สันจมูก ใช้ประมาณ 4-6 ยูนิต
โบท็อกซ์ปีกจมูก ใช้ประมาณ 12-13 ยูนิต
โบท็อกซ์ลิฟท์กรอบหน้า ใช้ประมาณ 30-50 ยูนิต
โบท็อกซ์ลิฟท์เหนียง ใช้ประมาณ 30-50 ยูนิต
โบท็อกซ์ลิฟท์คอ ใช้ประมาณ 30-50 ยูนิต
โบท็อกซ์รักแร้ ใช้ประมาณ 80-100 ยูนิต
โบท็อกซ์น่อง ใช้ประมาณ 100-200 ยูนิต

* ทั้งนี้ทั้งนั้นแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามปัญหาและความต้องการของลูกค้า เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดมากที่สุด *

ฉีดโบท็อกซ์ราคาเท่าไหร่

โบท็อกซ์ Nabota ราคาเริ่มต้น 3,900 บาท

โบท็อกซ์ Hutox ราคาเริ่มต้น 4,900 บาท

โบท็อกซ์ Xeomin ราคาเริ่มต้น 13,900 บาท

โบท็อกซ์ Allergan ราคาเริ่มต้น 16,900 บาท

รีวิวฉีดโบท็อกซ์

โบท็อกซ์แต่ละแบรนด์แตกต่างกันอย่างไร

โบท็อกซ์นาโบตะ ( Nabota ) เป็นโบท็อกซ์จากประเทศเกาหลี มีการใช้เทคโนโลยีเฉพาะ HI-PURE Technology ที่พัฒนาอย่างยาวนานและได้รับสิทธิบัตรในปี 2013 ทำให้ตัวยา Nabota Botox มีจุดเด่นเรื่องความบริสุทธิ์สูงถึง 98.7% เกิดอาการดื้อยาน้อย มีความปลอดภัยสูง ออกฤทธิ์ค่อนข้างไว จึงได้รับความนิยมทั้งในประเทศเกาหลี ประเทศไทย อเมริกา และโซนยุโรป

จุดเด่นขอโบท็อกซ์นาโบตะ ( Nabota )

1. เป็นโบท็อกซ์จากเกาหลียี่ห้อแรกและยี่ห้อเดียวที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน USFDA (องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา) เมื่อปี 2018

2. มีความบริสุทธิ์ถึง 98.7% ช่วยลดอัตราการดื้อยา

3. ออกฤทธิ์ไว เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์คนที่ต้องการเห็นผลแบบเร่งด่วนและราคาไม่สูง

4. ใช้เทคโนโลยีการผลิตเฉพาะ Hi-PURE Technology ที่พัฒนามาอย่างยาวนาน และได้จดสิทธิบัตรในปี 2013

คำเตือน

เนื่องจากโบท็อกซ์ Nabota เป็นโบท็อกซ์ที่มีราคาไม่สูง จึงมักเจอของปลอมและของหิ้วที่นำเข้าแบบผิดกฎหมายค่อนข้างเยอะ เมื่อฉีดเข้าไปในช่วงแรกอาจเห็นผลดีตามปกติ แต่เมื่อฉีดครั้งต่อ ๆ ไปคนไข้มีโอกาสเกิดอาการดื้อยา ไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนต่อเนื่อง หรือร้ายแรงที่สุด อาจเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นของแท้ก่อนทุกครั้ง นอกจากนี้โบท็อกซ์ Nabota ที่จำหน่ายในไทยมีเพียง 2 ขนาด คือ 100 ยูนิต (กล่องดำ) และ 200 ยูนิต (กล่องแดง) หากพบเห็นกล่องสีเขียว สีส้ม สันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นโบท็อกซ์ปลอมหรือโบท็อกหิ้ว

โบท็อกซ์นิวโรน็อกซ์ ( Neuronox ) เป็นโบท็อกซ์สัญชาติเกาหลีตัวแรกที่อยู่มายาวนานกว่า 1 ทศวรรษ ตั้งแต่ปี 2006 โดยบริษัทผู้ผลิตในเกาหลีมีชื่อว่า Medytox ที่โดดเด่นเรื่องการค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยมั่นใจว่าคุณภาพของสาร Botulinum Toxin ใน Neuronox นั้นดีเยี่ยมไม่เป็นที่สองรองใครแถมยัง “ดีกว่า” เพราะ “ราคาถูกกว่า” แบรนด์อื่น จึงเป็นโบท็อกซ์ที่สามารถครองตลาดโบท๊อกซ์ชองเกาหลีติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปี นิวโรน็อกซ์ผลิตที่ประเทศเกาหลีก็จริง แต่ใช้วัตถุดิบตัวเดียวกันกับของอเมริกา จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้ก็มีความบริสุทธิ์สูงถึง 98-99 % มีมาตรฐานในการทำวิจัยว่าเมื่อใช้ไปแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีความปลอดภัยเมื่อใช้ไประยะเวลานานๆ จึงทำให้ได้รับ FDA จากหลายประเทศ และได้การรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย

จุดเด่นโบท็อกซ์นิวโรน็อกซ์ ( Neuronox )

1. โบท็อกซ์ Neuronox เป็นโบท็อกซ์เกาหลีที่ผลิตจากสายพันธุ์ออริจินัล หรือ Hall A-hyper ประสิทธิภาพเทียบเท่า Allergan และราคาดี

2. มีความบริสุทธิ์สูงถึง 98-99% จึงทำให้มีโอกาสดื้อโบท็อกน้อย

3. ได้รับการยอมรับว่ามีความปลอดภัย ถ้าเทียบกับโบท็อกซ์เกาหลีตัวอื่นในท้องตลาด โบท็อกซ์ Neuronox จะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าทั้งในเรื่องผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ การกระจายตัวยาที่แคบ ให้ผลการรักษาที่แม่นยำ

โบท็อกซ์เยอรมัน ( Xeomin ) คือ ชื่อทางการค้าของ Botulinum Toxin Type A ยี่ห้อ Xeomin ซึ่งผลิตโดยบริษัท MERZ PHARMA GMBH & CO. KGaA ประเทศเยอรมันนี เป็นสารสกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) เมื่อฉีดไปแล้วจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxin) ถูกใช้ในวงการเสริมความงามในการฉีดลดริ้วรอย ลดกราม ปรับรูปหน้า หรือฉีดในกล้ามเนื้อบริเวณอื่น ๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง

จุดเด่นของโบท็อกซ์เยอรมัน ( Xeomin )

เรียกได้ว่าเป็นโบท็อกซ์ยืนหนึ่งในวงการความงามทั่วโลกนั่นก็ว่าได้

1. โมเลกุลของท็อกซินที่แบรนด์ Xeomin พัฒนาให้มีขนาดเล็กลงนั้น ไม่มีสารอันตรายและปลอดภัยกับผู้ใช้

2. ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากคุณภาพของโบท็อกซ์ที่มีบริสุทธิ์สูง ไม่ทำให้ดื้อโบท็อกซ์ และคนที่ดื้อโบท็อกซ์สามารถใช้ได้ ทำให้ผู้ใช้พึงพอใจในผลลัพธ์

3. ลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้ (ยกเว้นผู้มีประวัติแพ้สาร Botulinum Toxin Type A)

4. โบท็อกซ์ Xeomin กระจายตัวหลังฉีดได้ดีกว่าแบรนด์อื่น ๆ ลดความเสี่ยงในการเกิดพังผืด และการจับตัวเป็นก้อน

5. ไม่ทำให้ผิวหน้า-คอ ตึงเกินไปจนดูผิดธรรมชาติ

6. คุณภาพสมราคา ฉีดซ้ำได้โดยไม่มีอาการดื้อโบท็อกซ์

นี่คือจุดเด่นของ โบท็อกซ์ Xeomin ที่ผู้ใช้ทั่วโลกการันตี รับรองว่าเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าแบรนด์อื่น ๆ มีความเป็นธรรมชาติมาก และที่เด่นจนสาวกศัลยกรรมยอมรับคือ แก้ปัญหาการดื้อโบท็อกซ์ได้จริง ๆ บางรายที่ฉีดโบท็อกซ์หลายครั้งแล้วกล้ามเนื้อใบหน้าไม่ตอบสนองต่อโบท็อกซ์ แต่เมื่อใช้แบรนด์นี้กลับเห็นผลที่ดีขึ้นและมีความเป็นธรรมชาติมาก ๆ ทำให้หลาย ๆ คนที่มีประสบการณ์ตรงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าฉีดแล้วไม่มีใครรู้ว่าทำโบท็อกซ์มาแน่นอน 

โบท็อกซ์อเมริกา ( Allergan ) ที่ทุกคนพูดถึงอย่างแพร่หลาย จริง ๆ แล้วเป็นชื่อทางการค้าหรือยี่ห้อหนึ่งของสาร “Botulinum Toxin A” (โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ) ซึ่งถูกผลิตโดยบริษัท Allergan ในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในวงการยาและเครื่องมือแพทย์ นอกจากการผลิตโบท็อกซ์ แล้ว Allergan ยังผลิตผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีชื่อเสียง เช่น ฟิลเลอร์ อย่างแบรนด์ Juvederm และเทคโนโลยีลดไขมันด้วยความเย็นอีกด้วย โบท็อกซ์ Allergan เป็นบริษัทแรกที่ทำการวิจัยคิดค้น และผลิตสาร Botulinum Toxin A เพื่อใช้ในการลดขนาดกล้ามเนื้อและริ้วรอย เป็นบริษัทที่ได้รับความนิยม และนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการคลินิกความงามทั่วโลก ดังนั้นคำว่า “โบท็อกซ์” มักถูกใช้เพื่อเรียกสาร Botulinum Toxin A ไม่ว่าจะผลิตที่ประเทศใดหรือชื่อยี่ห้อใดก็ตาม แต่ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ขึ้นชื่อว่ามีความปลอดภัย ไม่ทำให้ดื้อโบท็อกซ์ คนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึง Allergan เป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นแบรนด์แรกที่ผ่านการรับรองจาก USFDA (องค์การอาหารและยาสหรัฐ) และถือเป็นโบท็อกซ์ที่มีประสิทธิภาพ และมีความบริสุทธิ์สูง จึงนิยมนำมาใช้ในวงการคลินิกเสริมความงามในปัจจุบัน

จุดเด่นของโบท็อกซ์อเมริกา ( Allergan )

1. botox allergan เป็นโบท็อกซ์ Original ที่คิดค้นสารโบทูลินั่ม และยังเป็นแบรนด์แรกที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) และหน่วยงานควบคุมอื่น ๆ ทั่วโลก

2. มีงานวิจัยรับรองยาวนานที่สุด กว่า 3,500 งานวิจัย (since 1989) รับรองถึงความปลอดภัย และผลลัพธ์หลังฉีด

3. botox allergan เป็นโบท็อกซ์ที่ใช้ Botulinum Toxin ชนิด Hall A-hyper (สายพันธุ์ออริจินัล ) มา สกัดเป็นตัวยา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพสูง และได้รับการยอมรับในการใช้งานในหลายประเทศทั่วโลก

4. มีความบริสุทธิ์มากถึง 99.5% จึงช่วยลดโอกาสในการดื้อโบท็อกซ์

5.ให้ผลการรักษาที่แม่นยำที่สุด เนื่องจากยากระจายตัวแคบ ทำให้หมอสามารถคาดคะเนการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ได้

6. เหมาะสำหรับฉีดลดริ้วรอยเฉพาะจุด เช่น ตีนกา ระหว่างคิ้ว ขมวดคิ้ว ฉีดโบท็อกซ์ปรับรูปหน้า ลดกราม ลิฟกรอบหน้าด้วยเทคนิค Nefertiti lift

7. เห็นผลเร็ว และมีอายุการใช้งานนานกว่ายี่ห้อโบท็อกซ์อื่น ๆ ประมาณ 20% 

REVIEW

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล *

ฉีดโบท็อกซ์กี่วันเห็นผล

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย จะเริ่มเห็นผลใน 3-7 วันหลังฉีด และจะเห็นผลแบบชัดเจนใน 14 วัน

โบท็อกซ์ลิฟท์หน้า จะเริ่มเห็นผลใน 7 วัน และจะเห็นผลแบบชัดเจนใน 14 วัน

โบท็อกซ์กราม จะเริ่มเห็นผลใน 14 วัน และจะเห็นผลแบบชัดเจนใน 1 เดือน

โบท็อกซ์กล้ามเนื้อ น่อง จะเริ่มเห็นผลภายใน 1 เดือน และจะเห็นผลแบบชัดเจนใน 2-3 เดือน

โบท็อกซ์ควรฉีดถี่หรือห่างกันในระยะเวลาเท่าไหร่?

ในการฉีดแต่ละครั้งของโบท็อกซ์ ควรเว้นระยะเวลาการฉีดห่างกันอย่างน้อย 4-6 เดือนขึ้นไป และไม่ควรฉีดบ่อยจนเกินไปเนื่องจากจะก่อให้เกิดการดื้อโบได้ โดยการฉีดแต่ละครั้งไม่ควรเกิน 200 ยูนิต

ใครเหมาะและไม่เหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์

ผู้ที่เหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์

1. ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องลึก ตามจุดต่างๆของใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น หน้าผาก แก้ม หรือ รอบๆดวงตา

2. ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับเต่งตึง

3. ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวเข้ารูป หรือต้องการปรับรูปหน้าทรงวีเชฟ

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์

1. สตรีที่กำลังอยู่ในช่วงระหว่างตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างช่วงให้นมบุตร

2. ผู้ที่มีความปกติของระบบกล้ามเนื้อในร่างกาย เช่น เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

3. ผู้ที่มีรอยแผล ผื่นคัน รอยแดง เกิดขึ้นในบริเวณที่จะฉีด ควรเลื่อนการฉีดออกไปและรักษาอาการดั่งกล่าวให้หายเสียก่อน

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์

1. หลังฉีดโบท็อกซ์ไม่ควร นวด กด แกะ เกา หรือไปโดนบริเวณที่ทำการฉีดโบท็อกซ์มา

2. หลังฉีดโบท็อกซ์ ควรงดการอยู่ในที่ร้อน เช่น อบซาวน่า ปรุงอาหารหน้าเตาร้อน เป็นเวลา 4 ชั่วโมง

3. หลังฉีดโบท็อกซ์ ควรงดเว้นการออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลา 4 ชั่วโมง

4. หลังฉีดโบท็อกซ์ ควรงดแต่งหน้าเป็นเวลา 24 ชั่วโมง

5. หลังฉีดโบท็อกซ์ ให้พยายามขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ยากระจายตัวเข้ากล้ามเนื้อได้มากขึ้น

6. หลังฉีดโบท็อกซ์ หากมีอาการบวมแดง สามารถใช้น้ำแข็งประคบบริเวณที่บวมแดง หรือช้ำได้

7. หากมีอาการผิดปกติหลังจากฉีดโบท็อกซ์ ให้กลับมาพบแพทย์ที่ให้บริการ

8. หลังฉีดโบท็อกซ์ ควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์

ปัจจุบันโปรแกรมที่กำลังเป็นที่นิยมในคลินิกความงาม คือ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ที่ช่วยปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็ม เพื่อให้ใบหน้าดูสวยละมุนมากยิ่งขึ้น บริเวณที่นิยมฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าเปลี่ยนได้แก่ ฟิลเลอร์ปาก ใต้ตา คาง ขมับ ร่องแก้ม และที่ไอริคลินิกก็ให้บริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มาอย่างยาวนาน พร้อมเสริฟรีวิวมากมายให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

รีวิวฉีดฟิลเลอร์
ฉีดฟิลเลอร์ปาก
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ฉีดฟิลเลอร์คาง
ฉีดฟิลเลอร์ขมับ

ฟิลเลอร์ ( Filler ) คือ สารสังเคราะห์ที่มีความคงตัวสูง สลายได้เองตามธรรมชาติและก่อให้เกิดอาการแพ้น้อยมาก โดยสารที่ปัจจุบันนิยมใช้การ คือ สารไฮยาลูโลนิก ( Hyaluronic Acid ) หรือเอชเอ ( HA ) เป็นสารที่พบได้ในชั้นผิวปกติ และจะมีปริมาณลดลงเมื่ออายุเรามากขึ้น ดังนั้นในทางแพทย์จึงได้มีการคิดค้น ฟิลเลอร์ ไฮยาลูโลนิก ( Hyaluronic ) สังเคราะห์ขึ้นมา เพื่อใช้ฉีดเติมเต็มเข้าไปในชั้นผิวหนังเพื่อทดแทนเส้นใยคอลลาเจนที่สลายไป ช่วยในการเติมเต็มรูปหน้า เติมร่องลึกต่างๆ และปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์แต่ละจุดควรใช้กี่ cc

เป็นคำถามยอดฮิตว่า ฉีดฟิลเลอร์บริเวณไหนได้บ้าง และแต่ละบริเวณควรใช้กี่ cc ซึ่งบริเวณที่นิยมฉีดฟิลเลอร์นั้นคือ ฟิลเลอร์ปาก ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์คาง ฟิลเลอร์ขมับ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ฟิลเลอร์แก้มส้ม และ ฟิลเลอร์กรอบหน้า ซึ่งโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แต่ละบริเวณ เป็นโปรแกรมที่ทำแล้วเห็นความเปลี่ยนแปลงทันที และในการฉีดฟิลเลอร์แต่ละบริเวณนั้น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามปัญหา และความต้องการของผู้ใช้บริการทุกท่าน เพื่อแนะนำปริมาณในการใช้ฟิลเลอร์อย่างเหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

โดยเริ่มต้นแล้วการฉีดฟิลเลอร์แต่ละบริเวณต้องใช้กี่ซีซีมีดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 1-2 cc

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc

ฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-3 cc

ฉีดฟิลเลอร์ปาก จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 1-2 cc

ฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc

ฉีดฟิลเลอร์คาง จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc

*ในการฉีดฟิลเลอร์แต่ละครั้ง ไม่จำเป็นต้องเติมทีเดียวในปริมาณมาก สามารถทยอยเติมได้เรื่อยๆ จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่สวยงามขึ้น *

รีวิวฉีดฟิลเลอร์

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการแก้ไข้ และประมาณในการใช้ฟิลเลอร์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้บริการทุกครั้ง *

บริเวณยอดฮิตกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์

เข้าวงการฉีดฟิลเลอร์แล้วออกยาก คำนี้ไม่เกินจริงเรียกได้ว่าบริเวณที่นิยมแก้ไข้ด้วยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คือ ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ปาก และการฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นสามบริเวณที่ฉีดแล้วหน้าเปลี่ยน สำหรับท่านใดที่กำลังมองหาฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ควรเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ โดยแพทย์จะต้องสามารถตรวจได้ และผลิตภัณฑ์ของแท้ที่ตรวจสอบได้ เพื่อความปลอดภัยและการแก้ไข้ปัญญาที่ตรงจุด

ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น

ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ราคาแต่ละแบรนด์ต่างกัน ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับอายุการสลายของฟิลเลอร์ และคุณสมบัติของเนื้อฟิลเลอร์ที่จะฉีด โดยแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดที่สุด ซึ่งปัจจุบันได้มีฟิลเลอร์หลายยี่ห้อที่ถูกผลิตออกมา แต่ไอริคลินิกได้มีการทดลอง และคัดยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะแก่การปรับรูปหน้ารวมถึงความปลอดภัยที่ลูกค้าต้องได้รับ

*ไม่มีเซลล์ขายให้อึดอัด ให้ราคาดีตรงไปตรงมา พาตรวจสอบของแท้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ทุกเคส สามารถเอากล่องกลับบ้านได้ *

ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ?

EPTQ

ฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลี นำเข้าโดยบริษัท เอสทีมา จำกัด (Aestema Co., Ltd.) ใช้กระบวนการผลิต ZEEP technology (Zero Endotoxin & BDDE Entire Process) ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โมเลกุล Hyaluronic Acid (HA) ที่ใช้ได้รับการรับรองจาก USFDA และ EDQM ด้วยปริมาณความเข้มข้นสูงถึง 24 mg/ml

EPTQ S100 เหมาะสำหรับเติม หน้าผาก ขมับ ใต้ตา เพิ่มความชุ่มชื้นให้ปาก ระยะเวลาอยู่ได้ประมาน 6 – 9 เดือน

EPTQ S300 เหมาะสำหรับเติม หน้าผาก ขมับ แก้มตอบ ร่องแก้ม ปาก ระยะเวลาออยู่ได้ประมาน 9 – 12 เดือน

EPTQ S500 เหมาะสำหรับเติม แก้มส้ม แนวกระดูกราม คาง จมูก ลิฟหน้า ระยะเวลาอยู่ได้ประมาน 12 เดือน

Restylane

ฟิลเลอร์จากประเทศสวีเดน เป็นฟิลเลอร์แบรนด์แรกของโลกที่มีการผลิตและพัฒนา มาอย่างยาวนาน รวมถึงได้รับความนิยมอย่างมากจากทั่วโลก โดยเป็นสารเติมเต็มที่ใช้ส่วนประกอบของ ไฮยารูลอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) ที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง ช่วยเติมเต็มปรับรูปหน้าให้สวยอย่างเป็นธรรมชาติ และยังเป็นแบรนด์ฟิลเลอร์ที่แพทย์ทั่วโลกให้การยอมรับ

Restylane Vital Light ฟิลเลอร์ชนิดนี้มีส่วนผสมของยาชา เป็นโมเลกุลที่เล็กที่สุด มีความนิ่มมากที่สุด เติมเต็มร่องน้ำตา ลดใต้ตาคล้ำ บูสท์ผิวให้กระจ่างใสดูมีออร่าขึ้น ระยะเวลาอยู่ได้ประมาน 8-12 เดือน


Restylane Lyft เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา เป็นเนื้อเจลที่มีลักษณะแข็งแรงที่สุด คงรูป มีแรงยกกระชับได้สูง เติมแก้ม ขมับ คาง สร้างกรอบหน้า ใช้ฉีดยกกระชับปรับรูปหน้า ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน


Restylane Kysse เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา เนื้อเจลนิ่มไม่เป็นก้อน กลืนกับเนื้อริมฝีปากได้ดี ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อฉีดปากโดยเฉพาะ สามารถให้ผลลัพธ์ทั้งในเรื่องของการปรับรูปทรงปาก และเติมความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน

" Restylane เป็นฟิลเลอร์แบรนด์ยอดนิยม ที่แพทย์ทั่วโลกให้การยอมรับ "

JUVEDERM

ฟิลเลอร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ที่ได้รับความนิยมจากแพทย์ทั่วโลกมายาวนาน ผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย. ประเทศไทย ผลิตและนำเข้าโดย บริษัท Allergan Thailand เป็นฟิลเลอร์ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว มีทั้งอุ้งน้ำน้อย อุ้งน้ำมาก เมื่อเติมเต็มเกิดความเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ และผลลัพธ์ที่ยาวนาน


Volbella ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เหมาะเติมเต็มใต้ตา หรือ ปาก
เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีโมเลกุลขนาดเล็กที่มีความละเอียดมากที่สุด เป็นธรรมชาติ เรียบเนียน หลังฉีดจะดู ไม่เป็นก้อน แก้ปัญหาใต้ตาที่คล้ำ ร่องใต้ตาลึก หรือ ร่องปาก ได้ดี ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 12-15 เดือน


Voluma ฟิลเลอร์เนื้อแข็งและฟูปานกลาง ขมับ แก้มส้ม แก้มตอบ ร้องแก้ม คาง ขอบปาก
เป็นรุ่นที่นิยมที่สุดทั่วโลก มีปริมาณHAมากที่สุด มีโมเลกุลขนาดใหญ่ มีความยืดหยุ่นสูง เรียกได้ว่าเป็นฟิลเลอร์ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้เกือบทุกตำแหน่ง ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 18-24 เดือน

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา

รีวิวฟิลเลอร์คาง

รีวิวฟิลเลอร์ปาก

ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น

ตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ก่อนฉีดทุกครั้ง

วิธีการสังเกตว่าเป็นฟิลเลอร์แท้สามารถสังเกตได้ง่ายๆ ดังนี้
1. ตรงบริเวณกล่องจะต้องมี ฉลากภาษาไทย มีราคา และมีวันหมดอายุระบุอย่างชัดเจน
2. มี QR Code ระบุวันที่ผลิต วันหมดอายุ เลขที่อ้างอิงอย่างชัดเจน
3. สามารถโทรสอบถามเลข Lot กับทางบริษัทได้โดยตรง
4. ด้านในกล่อง ผลิตภัณฑ์จะต้องบรรจุอยู่ในแพ็คเกจที่สะอาด ปิดผลึกมาอย่างดี และจะต้องมีเอกสารคู่มือในกล่อง

ข้อปฏิบัติตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ 2 อาทิตย์ก่อนทำ
1. ควรหาข้อมูลรีวิวจากคนไข้ที่ทำจริง หากดูตามเพจความเป็นวีดีโอให้เห็นจะดีมากกว่ารูปรีวิวธรรมดา
2. เลือกหมอและวิธีการทำการรักษา เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีและเกิดอาการบวมช้ำน้อย ควรศึกษาประสบการณ์ของแพทย์และความน่าเชื่อถือของคลินิก
3. เลือกยี่ห้อและชนิดของฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน


1 อาทิตย์ก่อนทำ
1. ควรงดรับทานยา แอสไพริน, NSAIDs
2. ควรงดวิตามิน E
3. ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ทุกชนิด
4. หากต้องทำหน้า นวดหน้า หรือเลเซอร์ต่างๆ ควรทำมาก่อนอย่างน้อย 3 วันก่อนการฉีดฟิลเลอร์ เพราะหลังทำต้องเว้นไปอีก 2 อาทิตย์
5. หากมีโรคประจำตัว หรือทานยาเป็นประจำ ควรเตรียมแจ้งกับแพทย์ที่ทำหัตถการให้ 24 ชั่วโมง


ก่อนทำ
1. งดดื่มแอลกอฮอล์
2. งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น การซาวน่า การออกกำลังหนักๆ

ข้อปฏิบัติตนเองหลังฉีดฟิลเลอร์

6 ชั่วโมงหลังทำ
1. ยาชาเริ่มหายบวม ถ้าจุดไหนที่ยังบวมมากควรประคบเย็นช่วย ไม่ควรกดแรงๆ


กลางคืนหลังฉีดฟิลเลอร์
1. จะเริ่มมีอาการปวด ระบมมากขึ้น ควรทานยาพาราเซตามอล ทุกๆ 4 ชม.แล้วยังปวดมากอยู่ สามารถทานยาแก้ปวดในกลุ่มอื่นๆช่วยเสริมได้ แต่ถ้าไม่เคยทานยาเหล่านี้มาก่อนควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการหรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
2. ควรนอนในห้องแอร์ที่อุณหภูมิ 18-23 องศา หนุนหมอนอย่างน้อย 2 ใบขึ้นไป ไม่ควรนอนตะแคง 2-3 คืนแรกหลังทำเพื่อป้องกันการกดทับหน้า


หลังทำ 24 ชม.
1. จะเริ่มมีอาการบวมมากขึ้น สำหรับฟิลเลอร์บางคนอาจเข้าใจผิดว่าฟิลเลอร์ฟูขึ้น แต่เมื่อผ่านไป 7-14 วัน อาการบวมเข็มจะยุบลงอย่าเข้าใจว่าฟิลเลอร์สลายไป การดูฟิลเลอร์ควรดูตอนฉีดเสร็จทันทีและหลังจาก 14 วันระหว่างนั้นไม่สามารถประเมินได้เพราะเป็นอาการบวม


หลังทำ 48 ชม.
1. สามารถล้างหน้า ทาครีมบำรุง แต่งหน้าทับรูเข็มได้ตามปกติ

179/3 ซอย วิภาวดี16/17 แขวงดินแดง
เขตดินแดง กทม. 10400
เปิดบริการ : 11.00-20.00 น. ( หยุดทุกวันพุธ )
โทรศัพท์ : 02-0023121 , 063-2629292
ติดตามเราได้ที่

ปรึกษาฟรี

แอดมินพร้อมให้บริการ

ปรึกษาฟรี

แอดมินพร้อมให้บริการ
cross