สาเหตุของการเกิดสิว แล้วจะรักษาได้อย่างไร?

โพสโดย Admin วันที่ 08/02/2026

สิว เป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย ไม่ได้เกิดเฉพาะในวัยรุ่นเท่านั้น หลายคนพยายามรักษาสิวด้วยการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือใช้ยารักษาสิว แต่กลับพบว่าสิวยังขึ้นซ้ำอยู่เรื่อย ๆ นั่นเป็นเพราะยังไม่เข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดสิวอย่างครบถ้วน
การรักษาสิวให้ได้ผลในระยะยาว จำเป็นต้องเริ่มจากการเข้าใจกลไกการเกิดสิว ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสิว รวมถึงการเลือกแนวทางดูแลสิวที่เหมาะสมกับสภาพผิว

สิวเกิดจากอะไร? สาเหตุหลักของการเกิดสิว


สิว เกิดจากความผิดปกติภายในรูขุมขน ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 4 ประการ ได้แก่

  1. ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป
    ต่อมไขมันใต้ผิวหนังมีหน้าที่ผลิตน้ำมัน (Sebum) เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิว เมื่อมีการผลิตน้ำมันมากเกินไป ผิวจะมันง่าย และเกิดการสะสมของน้ำมันในรูขุมขน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดสิว
  2. การอุดตันของรูขุมขน
    น้ำมันที่มากเกินไปเมื่อรวมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วและเคราติน จะทำให้รูขุมขนอุดตัน เกิดเป็นสิวอุดตันในระยะแรก ซึ่งอาจพัฒนาเป็นสิวชนิดอื่นได้
  3. การเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย
    ภายในรูขุมขนมีแบคทีเรีย C. acnes อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เมื่อรูขุมขนอุดตัน แบคทีเรียจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น และกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบ
  4. การอักเสบของผิว
    เมื่อร่างกายตอบสนองต่อการสะสมของแบคทีเรีย จะเกิดกระบวนการอักเสบ ทำให้เกิดสิวแดง สิวหนอง หรือสิวที่มีอาการเจ็บ

ปัจจัยกระตุ้นการเกิดสิวที่พบบ่อย
แม้กลไกการเกิดสิวจะคล้ายกัน แต่ปัจจัยกระตุ้นสิวในแต่ละคนแตกต่างกันไป
1. ฮอร์โมนกับการเกิดสิว
ฮอร์โมนถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเกิดสิว โดยเฉพาะฮอร์โมนในกลุ่มแอนโดรเจน ซึ่งมีหน้าที่กระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน เมื่อระดับฮอร์โมนนี้เพิ่มขึ้น จะทำให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ ส่งผลให้ผิวมัน รูขุมขนกว้าง และเกิดการอุดตันได้ง่าย จึงมักพบสิวในช่วงที่ระดับฮอร์โมนแปรปรวน เช่น  วัยรุ่น ช่วงก่อนมีประจำเดือน ช่วงตั้งครรภ์ เเละ ผู้ที่มีภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล
ในบางราย สิวที่เกิดจากฮอร์โมนมักขึ้นซ้ำบริเวณเดิม เช่น คาง กรอบหน้า หรือแนวขากรรไกร และมีแนวโน้มเป็นสิวอักเสบมากกว่าสิวอุดตัน
2.พันธุกรรมกับแนวโน้มการเป็นสิว
พันธุกรรมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หลีกเลี่ยงได้ยาก หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นสิว ผิวมัน หรือเป็นสิวอักเสบรุนแรง โอกาสที่เราจะมีปัญหาสิวก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย 
3.ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิว
เครื่องสำอาง สกินแคร์ และครีมกันแดดที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ล้วนมีผลต่อการเกิดสิว หากเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว อาจก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน และทำให้สิวเกิดซ้ำได้ง่าย ในขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่รุนแรงเกินไป ก็อาจทำลายเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง และกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ซึ่งกลายเป็นวงจรที่ทำให้สิวไม่หายขาด
4.อาหารและพฤติกรรมการใช้ชีวิต
อาหารที่รับประทานมีผลต่อสมดุลของฮอร์โมนและการอักเสบในร่างกาย อาหารที่มีน้ำตาลสูง ไขมันสูง หรือคาร์โบไฮเดรตแปรรูป มักกระตุ้นให้ผิวมันและเป็นสิวง่ายขึ้น นอกจากนี้ พฤติกรรมบางอย่าง เช่น ความเครียดสะสม การนอนดึก การดื่มเครื่องดื่มหวาน การสูบบุหรี่ เเละ การดื่มแอลกอฮอล์ ก็สามารถส่งผลให้ผิวอ่อนแอ และเพิ่มโอกาสการเกิดสิวได้ในระยะยาว
5.สิ่งแวดล้อม ฝุ่น และมลภาวะ
ฝุ่นควันและมลภาวะทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 สามารถเกาะติดผิวและเข้าไปสะสมในรูขุมขน ทำให้ผิวเสียสมดุลและเกิดการอุดตันได้ง่าย มลภาวะยังเต็มไปด้วยสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเร่งการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ทำให้ผิวอ่อนแอ เป็นสิวง่าย และหมองคล้ำ หากไม่ได้รับการทำความสะอาดและปกป้องผิวอย่างเหมาะสม

ประเภทของสิว มีกี่แบบ? 
สิวไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว แต่สามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามลักษณะและความรุนแรง โดยทั่วไป สิวสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักที่พบบ่อย ได้แก่ สิวไม่อักเสบ สิวอักเสบ 
1.สิวไม่อักเสบ (Non-inflammatory Acne)
สิวไม่อักเสบเป็นสิวระยะเริ่มต้น เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนโดยยังไม่มีการติดเชื้อหรืออักเสบ มักไม่มีอาการเจ็บหรือแดง ประเภทของสิวไม่อักเสบ ได้แก่
สิวหัวขาว 
เกิดจากการอุดตันภายในรูขุมขนที่ยังปิดอยู่ มองเห็นเป็นตุ่มเล็ก ๆ ใต้ผิว หากดูแลไม่เหมาะสมอาจพัฒนาเป็นสิวอักเสบได้ 
สิวหัวดำ 
เกิดจากการอุดตันในรูขุมขนที่เปิด เมื่อสัมผัสกับอากาศทำให้หัวสิวเปลี่ยนเป็นสีดำ ไม่ใช่สิ่งสกปรก แต่เป็นการออกซิไดซ์ของน้ำมันและเคราติน
2.สิวอักเสบ (Inflammatory Acne)
สิวอักเสบเกิดจากการที่รูขุมขนอุดตันและมีการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอักเสบของผิว มักมีอาการแดง บวม เจ็บ และมีโอกาสทิ้งรอยสิวได้ ประเภทของสิวอักเสบ ได้แก่
สิวตุ่มแดง 
เป็นสิวที่เริ่มมีการอักเสบ มองเห็นเป็นตุ่มแดง ไม่มีหัวหนอง หากดูแลผิดวิธีอาจลุกลามได้
สิวหนอง 
เป็นสิวที่มีหนองสีขาวหรือเหลืองอยู่ภายใน เกิดจากการติดเชื้อที่ชัดเจน หากบีบหรือกดเองอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็น
สิวหัวช้าง 
เป็นสิวอักเสบรุนแรง มีขนาดใหญ่ อยู่ลึกใต้ผิวหนัง มักเจ็บและหายช้า มีโอกาสเกิดแผลเป็นสูง

โปรแกรม Crystal Wink 
ถูกออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาสิวอย่างอ่อนโยนและครอบคลุมทุกขั้นตอนของการเกิดสิว ด้วยการรักษาแบบ 10 ขั้นตอน ที่เน้นการทำงานร่วมกันของการทำความสะอาดผิว ลดการอุดตัน ควบคุมเชื้อสิว และฟื้นฟูผิว มีขั้นตอนการดูแลลผิวดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ทำความสะอาดผิวด้วยคลีนน้ำนมสูตรอ่อนโยน
 เริ่มต้นการรักษาสิวด้วยการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน ช่วยขจัดสิ่งสกปรก ความมันส่วนเกิน และคราบตกค้าง โดยไม่ทำลายสมดุลผิว ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ เหมาะสำหรับผิวเป็นสิวและผิวแพ้ง่าย

ขั้นตอนที่ 2 ผลัดเซลล์ผิวด้วย Scrubber
ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ลดการสะสมของเคราตินที่เป็นสาเหตุของสิวอุดตัน ทำให้รูขุมขนสะอาดขึ้น ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น

ขั้นตอนที่ 3 กดสิวโดยผู้เชี่ยวชาญ
กำจัดสิวอุดตันหัวขาวและหัวดำอย่างถูกวิธี ลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียใต้ผิว และลดความเสี่ยงของการเกิดสิวอักเสบหรือรอยแผลจากการกดสิวผิดวิธี

ขั้นตอนที่ 4 ดูดสิวเสี้ยนด้วย Hydrodermabrasion
ทำความสะอาดรูขุมขนอย่างล้ำลึก ช่วยดูดสิ่งสกปรก ไขมัน และสิวเสี้ยนออกจากผิว ลดโอกาสการอุดตันซ้ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดสิว

ขั้นตอนที่ 5 พ่นน้ำแร่ Water Oxygen ช่วยเติมความชุ่มชื้น ปลอบประโลมผิว และลดการระคายเคืองหลังการทำทรีตเมนต์ ทำให้ผิวรู้สึกสบาย สดชื่น และพร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนถัดไป

ขั้นตอนที่ 6 ลดต้นตอสิวด้วย Bipolar Micro Current
ใช้คลื่นพลังงานอ่อน ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของผิว พร้อมช่วยผลักวิตามินเข้าสู่ชั้นผิว ลดการทำงานของต่อมไขมันที่มากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว

ขั้นตอนที่ 7 บำรุงผิวด้วยวิตามินซีร่วมกับ Ultrasound ช่วยฟื้นฟูผิว ลดรอยสิว รอยแดง รอยดำจากสิว พร้อมกระตุ้นการซ่อมแซมผิว ทำให้ผิวดูใส เรียบเนียน และสีผิวสม่ำเสมอขึ้น

ขั้นตอนที่ 8 กระชับรูขุมขนด้วย Cold Therapy
ช่วยปลอบประโลมผิว ลดความแดง และกระชับรูขุมขนหลังการทำทรีตเมนต์ ลดโอกาสการอุดตันและการเกิดสิวใหม่

ขั้นตอนที่ 9 ฆ่าเชื้อสิวด้วย Bio Light Phototherapy 
โดยแบ่งออกเป็น 3 ชนิดหลัก ดังนี้
🔵Blue Light แสงสีฟ้า
ช่วยลดการอักเสบของสิว ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว ทำให้สิวแห้งเร็ว และลดโอกาสการเกิดสิวซ้ำ
🔴 Red Light แสงสีแดง
ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอย ฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดด ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น เหมาะกับการฟื้นฟูผิวหลังทำหัตถการ และยังช่วยเรื่องผมร่วง ผมบางได้อีกด้วย
🟡 Yellow Light แสงสีเหลือง
ช่วยลดรอยดำ ฝ้า กระ ทำให้สีผิวสม่ำเสมอขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ กระตุ้นระบบน้ำเหลืองและการไหลเวียนโลหิต ช่วยลดบวม ลดอาการตึงของผิว และช่วยฟื้นฟูผิวหลังดูดไขมัน


ขั้นตอนที่ 10 บำรุงและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
ปิดท้ายด้วยการบำรุงผิวเพื่อเสริมเกราะป้องกันผิว ลดการสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้ผิวแข็งแรง ลดโอกาสการเกิดสิว
 
ปัญหา สิว เป็นผลจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งความมันส่วนเกิน การอุดตันของรูขุมขน การเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรีย และการอักเสบของผิว การดูแลสิวให้ได้ผลในระยะยาวจึงจำเป็นต้องจัดการต้นเหตุอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการรักษาสิวเฉพาะจุด
Crystal Wink ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็น Solution หลักในการดูแลปัญหาสิว โดยเน้นการดูแลผิวอย่างครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทำความสะอาด ลดการอุดตัน ควบคุมเชื้อสิว ไปจนถึงการฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงและสมดุล ช่วยลดโอกาสการเกิดสิวซ้ำ และทำให้ผิวดูเรียบเนียน สุขภาพดีในระยะยาว

179/3 ซอย วิภาวดี16/17 แขวงดินแดง
เขตดินแดง กทม. 10400
เปิดบริการ : 11.00-20.00 น. ( หยุดทุกวันพุธ )
โทรศัพท์ : 02-0023121 , 063-2629292
ติดตามเราได้ที่

ปรึกษาฟรี

แอดมินพร้อมให้บริการ

ปรึกษาฟรี

แอดมินพร้อมให้บริการ
cross