ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าปัญหา รอยแผลเป็น รอยแตกลาย รอยดำ และรอยสิว เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เราขาดความมั่นใจอย่างมาก ทางไอริคลินิกจึงได้นำเครื่องเลเซอร์ Scaxel laser ที่ฮิตมากๆจากประเทศเกาหลี เพราะคนเกาหลีส่วนใหญ่ชอบทำศัลยกรรมกันบ่อย จึงให้ความสำคัญในเรื่องของผิวมาก จึงผลิตเครื่องเลเซอร์ที่รักษารอยแผลเป็นต่างๆ ฟื้นฟูทุกรอยดำจากแผลให้กลับสู่ภาวะผิวเดิมของเรา

รีวิวเพียบ ลูกค้าประทับใจหลังใช้บริการเพราะรักษากันอย่างตรงจุด เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเห็นผลที่สุด การรักษาแผลเป็น รักษารอยแตกลาย รักษาสิว รักษาหลุมสิว หรือรักษารอยดำต่างๆ ต้องเลือกคลินิกที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้โดยเฉพาะ และใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่เหมือนเครื่องทั่วไป เพราะเครื่อง Scanxel laser ไม่ใช่ทั้ง Pico และ Q switch แต่เป็นเครื่องรักษาเฉพาะที่ดังมากๆในประเทศเกาหลี
* ขอดูรีเพียบเพิ่มเติมได้ทาง Chat Facebook และ Line@ *

เลเซอร์แผลเป็น เลเซอร์รอยแตก เลเซอร์รอยดำที่ไหนดี ก็ต้องที่ ไอริ คลินิก สิคะ เพราะเรานำเข้าเครื่องเลเซอร์จากประเทศเกาหลี เพื่อนำมารักษาแผลเป็น รอยแตกลาย รอยดำ รอยแดงสิว รุขุมขน หลุมสิว โดยฉพาะเลย เพราะเครื่อง scanxel ได้ผ่านการรับรองจาก KFDA ผ่าน อย.เกาหลี และ อย.ไทย ซึ่งมันใจได้เลยว่าปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่ดี เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก 10-20% และเป็นนิยมอย่างมาก จะเป็นการยิงแบบตกสะเก็ดเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อสร้างผิวใหม่ให้แก่เรา และยังช่วยกรอผิวรอยแผลเป็นที่ขรุขระให้เรียบเนียนขึ้นอีกด้วย


เลเซอร์แผลเป็น
แผลเป็น (scar) หมายถึง รอยแผลที่เกิดจากการหายของแผลที่ไม่สมบูรณ์ หรือการผิดปกติของการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็นที่มีลักษณะไม่เหมือนผิวหนังปกติ ซึ่งสามารถรักษารอยแผลเป็น รอยดำ รอยแดง ให้หายลงได้ด้วยการเลเซอร์ และยังสามารถกระตุ้นคอลลาเจน และปรับเม็ดเลือดสีให้เป็นปกติ แล้วเขาสู่สภาวะฟื้นฟู





*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล*


เลเซอร์รอยแตกลาย
ผิวแตกลาย หรือ รอยแตกลาย (ทางการแพทย์เรียกว่า Stretch Mark หรือ Striae) ร่องรอยที่ไม่อาจลีกเลี่ยงของใครหลายๆคน เกิดจากการยืดหรือขยายอย่างรวดเร็วของผิวหนังและเนื้อเยื่อ เช่น จากการตั้งครรภ์ นํ้าหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้โครงสร้างคอลลาเจนถูกทำลาย จนเกิดรอยแตกลายบริเวณต่างๆ ซึ่งผิวแตกลายนั้น มักจะเกิดขึ้นที่ผิวหนังชั้นกลาง และเกิดในบริเวณที่มีไขมันสะสมอยู่มาก เช่น บริเวณหน้าท้อง หน้าอก เต้านม สะดือ ต้นแขน ต้นขา สะโพก รักแร้ และน่อง



*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล*


เลเซอร์ขาลาย หลังลาย รอยดำต่างๆ
ขาลาย หลังลาย อาจเป็นปัญหาทำให้หลายคนไม่มั่นใจและไม่กล้าใส่เสื้อผิวที่เปิดผิวหนังเท่าไหร่ โดยปัญหาขาลาย หลังลายอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น รอยข่วน รอยเกา รอยแผล การโกนขน ผิวหนังอักเสบ เป็นสิว ยุงกัด แมลงต่อยหรืออาการน้ำเหลืองไม่ดี เป็นต้น ซึ่งการเลเซอร์เป็นวิธีที่ดีสุด เพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อปรับเม็ดเลือกสีที่ผิดปกติ ให้กลับสู่ภาวะผิวเราดั่งเดิม






*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล*


เลเซอร์และฉีดคีลอยด์
คีลอยด์ ( Keloid ) จัดอยู่ในประเภทของรอยแผลเป็นชนิดหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นแผลนูนมีการขยายใหญ่ออกนอกขอบเขตบาดแผลเดิม แผลจะมีสีที่แตกต่างกันออกไป เช่น สีแดง สีคล้ำ สีช้ำ บริเวณแผลเป็นส่วนใหญ่จะมีอาการคัน บางคนมีอาการเจ็บ รู้สึกผิวตึงรั้งร่วมด้วย แม้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ แต่ส่งผลด้านความสวยงามและสภาพจิตใจได้


*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล*

เลเซอร์สิว หลุมสิว
สิว หลุมสิว คือรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นหลังจากการอักเสบของสิว หรือหลังสิวหาย โดยระหว่างการซ่อมแซมผิวในระหว่างเป็นสิว ชั้นผิวหนังอย่างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนมักจะเกิดความเสียหาย ทำให้การสมานแผลของผิวชั้นนอกไม่สามารถเติมเต็มได้ ผิวจึงไม่เรียบเนียน มีลักษณะเป็นรอยบุ๋มลงไป หรือกลายเป็นหลุมสิวแบบที่เราเห็นนั่นเอง



*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล*

ทำสวยที่ไอริคลินิก ผ่อนสบายๆ



สำหรับลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิต สามารถผ่อนโปรโมชั่นเลเซอร์กับทางคลินิกได้ 2 งวดแรก โดยจะมีค่าเปิดระบบผ่อน 300 บาท
*เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก 10 - 20% * แต่ละผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองหลังเลเซอร์ *




คำถามยอดฮิต เลเซอร์แผลเป็น เลเซอร์รอยแตก เลเซอร์รอยดำ เลเซอร์รักษาสิวหลุมสิว ควรเลเซอร์กี่ครั้งถึงจะหาย ก่อนเลเซอร์ ไอริ คลินิก อยากให้ทุกท่านทำความเข้าใจก่อนว่า การรักษารอยแผลต่างๆ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของแผล ความเข้มของสีแผล รอยลึกของชั้นผิวที่เกิดการแยกตัว และที่สำคัญคือสุขภาพและการดูแลตนเองหลังเลเซอร์ เพราะหลังจากการทำเลเซอร์ Scanxel Laser จะทำให้เกิดการอักเสบ ตามบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งจะเกิดเป็นรอยแดง และจะมีการตกสะเก็ด โดยอาจจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ที่รอยแดงจากแผลจะค่อยๆจางลงไป ซึ่งในการรักษาอาจจะต้องมีการทำซ้ำ และจำนวนครั้งในการรักษา จะขึ้นอยู่กับปัญหาของผิวที่พบ แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะรักษาอยู่ที่ 8-10 ครั้ง เพื่อพลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยแต่ละครั้งจะเว้นระยะเวลาห่างกันประมาณ 4 สัปดาห์
* ไม่ควรเลเซอร์ติดต่อกันเร็วเกินไป อาจส่งผลให้ผิวของเราไหม้ได้ *





1. งดทำความสะอาด หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลสัมผัสน้ำเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
2. หลังจากทำการรักษาไปแล้ว 24 ชั่วโมง สามารถทำความสะอาด และบำรุงผิว แต่งหน้าได้ตามปกติ
3. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ หรือยาละลายหัวสิวในช่วง 3 วันแรกของการรักษา
4. หลีกเลี่ยงการสัมผัส การกดนวด การขัดผิวหน้าที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว
5. หลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้ง การโดนแดดจัดเป็นเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์หลังจากการรักษา
6. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องสัมผัสความร้อน เช่น การอบซาวน่า การอบไอน้ำในช่วง 3 วันแรกของการรักษา
7. ถ้าหากมีการตกสะเก็ดของแผล ห้ามแกะ หรือเกา ควรปล่อยให้แผลหายไปเอง
8. ควรใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ มอยเจอไรเซอร์ ที่มีความอ่อนโยน เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
9. ปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไป
ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพื่อไม่ให้ผิวเป็นรอยดำ ไม่คล้ำขึ้นหลังทำเลเซอร์

บริการฉีดคีลอยด์

สำหรับท่านใดที่มีแผลนูน หรือ แผลคีลอยด์นั้นเอง ต้องอาศัยการรักษาแบบฉีดคีลอยด์ควบคู่ไปด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ฉีดคีลอยด์ 1 เข็ม ราคา 990 บาท
ฉีดคีลอยด์ 2 เข็ม ราคา 1,600 บาท
ฉีดคีลอยด์ 5 เข็ม ราคา 3,500 บาท
โดยเฉลี่ย แผลคีลอยด์ จะฉีดประมาณ 2-5 ครั้ง ครั้งละกี่เข็ม แพทย์จะประเมินตามขนาดของแผลคีลอยด์ สามารถปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
การฉีดโบท็อกซ์เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน ซึ่งการวางแผนฉีดโบท็อกซ์อย่างสม่ำเสมอถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพผิวของเรา เพื่อให้ผิวดูอ่อนเยาว์ก่อนวัย และปัจจุบันมีคลินิกจำนวนมากที่ใช้กลโกงแบบคำว่า ไม่จำกัดยู ซึ่งไม่มีคลินิกไหนยอมขาดทุนอย่างแน่นอน เพราะโบท็อกซ์ของแท้จะมาในรูปแบบผงแล้วนำมาผสมกับน้ำเกลือในอัตราส่วนที่ถูกกำหนดไว้ หากท่านใดหลงเชื่อหรือเลือกคลินิกที่ใช้กลโกงคำว่า ไม่จำกัดยู ท่านอาจจะได้น้ำเกลือในปริมาณที่เกิดกำหนดไปแทน แล้วอาจทำให้ดื้อโบได้ เพราะฉนั้นไอริคลินิกจึงให้ความสำคัญกับการโปรโมทที่ตรงไปตรงมา ภายใต้ concept สวยได้แบบไม่ขายฝัน จะแจ้งข้อมูลทุกอย่างชัดเจนว่าราคานี้ได้โบท็อกซ์กี่ยู เพื่อที่จะแก้ไข้ปัญหาได้อย่างแม่นยำ และตรงจุด
โบท็อกซ์ (Botox) คือชื่อทางการค้าของสาร Botulinum toxin A มีฤทธิ์สกัดกั้นระบบการทำงานของเซลล์ประสาท ทำให้ไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ จึงเกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อ ในปัจจุบันถูกนำมาใช้ในวงการเสริมความงามอย่างแพร่หลาย ทั้งยังนำมาใช้ทางการแพทย์ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งแท้จริงแล้วคำว่า “Botox” เป็นชื่อทางการค้าของบริษัท Allergan ที่คิดค้นการนำสาร Botulinum toxin A มาใช้รักษาความงามด้านริ้วรอยเป็นครั้งแรก และเป็นยี่ห้อแรกที่ได้การรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (USFDA)
ประเมินเบื้องต้น

การฉีดโบท็อกซ์แต่ละบริเวณควรใช้กี่ยู
โบท็อกซ์กราม ใช้ประมาณข้างละ 25-30 ยูนิต
โบท็อกซ์หน้าผาก ใช้ประมาณ 30 ยูนิต
โบท็อกซ์ระหว่างคิ้ว ใช้ประมาณ 12-13 ยูนิต
โบท็อกซ์หางตา ใช้ประมาณ 12-13 ยูนิต
โบท็อกซ์สันจมูก ใช้ประมาณ 4-6 ยูนิต
โบท็อกซ์ปีกจมูก ใช้ประมาณ 12-13 ยูนิต
โบท็อกซ์ลิฟท์กรอบหน้า ใช้ประมาณ 30-50 ยูนิต
โบท็อกซ์ลิฟท์เหนียง ใช้ประมาณ 30-50 ยูนิต
โบท็อกซ์ลิฟท์คอ ใช้ประมาณ 30-50 ยูนิต
โบท็อกซ์รักแร้ ใช้ประมาณ 80-100 ยูนิต
โบท็อกซ์น่อง ใช้ประมาณ 100-200 ยูนิต
* ทั้งนี้ทั้งนั้นแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามปัญหาและความต้องการของลูกค้า เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดมากที่สุด *

ฉีดโบท็อกซ์ราคาเท่าไหร่
โบท็อกซ์ Nabota ราคาเริ่มต้น 3,900 บาท
โบท็อกซ์ Hutox ราคาเริ่มต้น 4,900 บาท
โบท็อกซ์ Xeomin ราคาเริ่มต้น 13,900 บาท
โบท็อกซ์ Allergan ราคาเริ่มต้น 16,900 บาท

รีวิวฉีดโบท็อกซ์



โบท็อกซ์แต่ละแบรนด์แตกต่างกันอย่างไร

โบท็อกซ์นาโบตะ ( Nabota ) เป็นโบท็อกซ์จากประเทศเกาหลี มีการใช้เทคโนโลยีเฉพาะ HI-PURE Technology ที่พัฒนาอย่างยาวนานและได้รับสิทธิบัตรในปี 2013 ทำให้ตัวยา Nabota Botox มีจุดเด่นเรื่องความบริสุทธิ์สูงถึง 98.7% เกิดอาการดื้อยาน้อย มีความปลอดภัยสูง ออกฤทธิ์ค่อนข้างไว จึงได้รับความนิยมทั้งในประเทศเกาหลี ประเทศไทย อเมริกา และโซนยุโรป
จุดเด่นขอโบท็อกซ์นาโบตะ ( Nabota )
1. เป็นโบท็อกซ์จากเกาหลียี่ห้อแรกและยี่ห้อเดียวที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน USFDA (องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา) เมื่อปี 2018
2. มีความบริสุทธิ์ถึง 98.7% ช่วยลดอัตราการดื้อยา
3. ออกฤทธิ์ไว เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์คนที่ต้องการเห็นผลแบบเร่งด่วนและราคาไม่สูง
4. ใช้เทคโนโลยีการผลิตเฉพาะ Hi-PURE Technology ที่พัฒนามาอย่างยาวนาน และได้จดสิทธิบัตรในปี 2013
คำเตือน
เนื่องจากโบท็อกซ์ Nabota เป็นโบท็อกซ์ที่มีราคาไม่สูง จึงมักเจอของปลอมและของหิ้วที่นำเข้าแบบผิดกฎหมายค่อนข้างเยอะ เมื่อฉีดเข้าไปในช่วงแรกอาจเห็นผลดีตามปกติ แต่เมื่อฉีดครั้งต่อ ๆ ไปคนไข้มีโอกาสเกิดอาการดื้อยา ไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนต่อเนื่อง หรือร้ายแรงที่สุด อาจเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นของแท้ก่อนทุกครั้ง นอกจากนี้โบท็อกซ์ Nabota ที่จำหน่ายในไทยมีเพียง 2 ขนาด คือ 100 ยูนิต (กล่องดำ) และ 200 ยูนิต (กล่องแดง) หากพบเห็นกล่องสีเขียว สีส้ม สันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นโบท็อกซ์ปลอมหรือโบท็อกหิ้ว


โบท็อกซ์นิวโรน็อกซ์ ( Neuronox ) เป็นโบท็อกซ์สัญชาติเกาหลีตัวแรกที่อยู่มายาวนานกว่า 1 ทศวรรษ ตั้งแต่ปี 2006 โดยบริษัทผู้ผลิตในเกาหลีมีชื่อว่า Medytox ที่โดดเด่นเรื่องการค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยมั่นใจว่าคุณภาพของสาร Botulinum Toxin ใน Neuronox นั้นดีเยี่ยมไม่เป็นที่สองรองใครแถมยัง “ดีกว่า” เพราะ “ราคาถูกกว่า” แบรนด์อื่น จึงเป็นโบท็อกซ์ที่สามารถครองตลาดโบท๊อกซ์ชองเกาหลีติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปี นิวโรน็อกซ์ผลิตที่ประเทศเกาหลีก็จริง แต่ใช้วัตถุดิบตัวเดียวกันกับของอเมริกา จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้ก็มีความบริสุทธิ์สูงถึง 98-99 % มีมาตรฐานในการทำวิจัยว่าเมื่อใช้ไปแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีความปลอดภัยเมื่อใช้ไประยะเวลานานๆ จึงทำให้ได้รับ FDA จากหลายประเทศ และได้การรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย
จุดเด่นโบท็อกซ์นิวโรน็อกซ์ ( Neuronox )
1. โบท็อกซ์ Neuronox เป็นโบท็อกซ์เกาหลีที่ผลิตจากสายพันธุ์ออริจินัล หรือ Hall A-hyper ประสิทธิภาพเทียบเท่า Allergan และราคาดี
2. มีความบริสุทธิ์สูงถึง 98-99% จึงทำให้มีโอกาสดื้อโบท็อกน้อย
3. ได้รับการยอมรับว่ามีความปลอดภัย ถ้าเทียบกับโบท็อกซ์เกาหลีตัวอื่นในท้องตลาด โบท็อกซ์ Neuronox จะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าทั้งในเรื่องผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ การกระจายตัวยาที่แคบ ให้ผลการรักษาที่แม่นยำ


โบท็อกซ์เยอรมัน ( Xeomin ) คือ ชื่อทางการค้าของ Botulinum Toxin Type A ยี่ห้อ Xeomin ซึ่งผลิตโดยบริษัท MERZ PHARMA GMBH & CO. KGaA ประเทศเยอรมันนี เป็นสารสกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) เมื่อฉีดไปแล้วจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxin) ถูกใช้ในวงการเสริมความงามในการฉีดลดริ้วรอย ลดกราม ปรับรูปหน้า หรือฉีดในกล้ามเนื้อบริเวณอื่น ๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง
จุดเด่นของโบท็อกซ์เยอรมัน ( Xeomin )
เรียกได้ว่าเป็นโบท็อกซ์ยืนหนึ่งในวงการความงามทั่วโลกนั่นก็ว่าได้
1. โมเลกุลของท็อกซินที่แบรนด์ Xeomin พัฒนาให้มีขนาดเล็กลงนั้น ไม่มีสารอันตรายและปลอดภัยกับผู้ใช้
2. ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากคุณภาพของโบท็อกซ์ที่มีบริสุทธิ์สูง ไม่ทำให้ดื้อโบท็อกซ์ และคนที่ดื้อโบท็อกซ์สามารถใช้ได้ ทำให้ผู้ใช้พึงพอใจในผลลัพธ์
3. ลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้ (ยกเว้นผู้มีประวัติแพ้สาร Botulinum Toxin Type A)
4. โบท็อกซ์ Xeomin กระจายตัวหลังฉีดได้ดีกว่าแบรนด์อื่น ๆ ลดความเสี่ยงในการเกิดพังผืด และการจับตัวเป็นก้อน
5. ไม่ทำให้ผิวหน้า-คอ ตึงเกินไปจนดูผิดธรรมชาติ
6. คุณภาพสมราคา ฉีดซ้ำได้โดยไม่มีอาการดื้อโบท็อกซ์
นี่คือจุดเด่นของ โบท็อกซ์ Xeomin ที่ผู้ใช้ทั่วโลกการันตี รับรองว่าเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าแบรนด์อื่น ๆ มีความเป็นธรรมชาติมาก และที่เด่นจนสาวกศัลยกรรมยอมรับคือ แก้ปัญหาการดื้อโบท็อกซ์ได้จริง ๆ บางรายที่ฉีดโบท็อกซ์หลายครั้งแล้วกล้ามเนื้อใบหน้าไม่ตอบสนองต่อโบท็อกซ์ แต่เมื่อใช้แบรนด์นี้กลับเห็นผลที่ดีขึ้นและมีความเป็นธรรมชาติมาก ๆ ทำให้หลาย ๆ คนที่มีประสบการณ์ตรงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าฉีดแล้วไม่มีใครรู้ว่าทำโบท็อกซ์มาแน่นอน


โบท็อกซ์อเมริกา ( Allergan ) ที่ทุกคนพูดถึงอย่างแพร่หลาย จริง ๆ แล้วเป็นชื่อทางการค้าหรือยี่ห้อหนึ่งของสาร “Botulinum Toxin A” (โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ) ซึ่งถูกผลิตโดยบริษัท Allergan ในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในวงการยาและเครื่องมือแพทย์ นอกจากการผลิตโบท็อกซ์ แล้ว Allergan ยังผลิตผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีชื่อเสียง เช่น ฟิลเลอร์ อย่างแบรนด์ Juvederm และเทคโนโลยีลดไขมันด้วยความเย็นอีกด้วย โบท็อกซ์ Allergan เป็นบริษัทแรกที่ทำการวิจัยคิดค้น และผลิตสาร Botulinum Toxin A เพื่อใช้ในการลดขนาดกล้ามเนื้อและริ้วรอย เป็นบริษัทที่ได้รับความนิยม และนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการคลินิกความงามทั่วโลก ดังนั้นคำว่า “โบท็อกซ์” มักถูกใช้เพื่อเรียกสาร Botulinum Toxin A ไม่ว่าจะผลิตที่ประเทศใดหรือชื่อยี่ห้อใดก็ตาม แต่ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ขึ้นชื่อว่ามีความปลอดภัย ไม่ทำให้ดื้อโบท็อกซ์ คนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึง Allergan เป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นแบรนด์แรกที่ผ่านการรับรองจาก USFDA (องค์การอาหารและยาสหรัฐ) และถือเป็นโบท็อกซ์ที่มีประสิทธิภาพ และมีความบริสุทธิ์สูง จึงนิยมนำมาใช้ในวงการคลินิกเสริมความงามในปัจจุบัน
จุดเด่นของโบท็อกซ์อเมริกา ( Allergan )
1. botox allergan เป็นโบท็อกซ์ Original ที่คิดค้นสารโบทูลินั่ม และยังเป็นแบรนด์แรกที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) และหน่วยงานควบคุมอื่น ๆ ทั่วโลก
2. มีงานวิจัยรับรองยาวนานที่สุด กว่า 3,500 งานวิจัย (since 1989) รับรองถึงความปลอดภัย และผลลัพธ์หลังฉีด
3. botox allergan เป็นโบท็อกซ์ที่ใช้ Botulinum Toxin ชนิด Hall A-hyper (สายพันธุ์ออริจินัล ) มา สกัดเป็นตัวยา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพสูง และได้รับการยอมรับในการใช้งานในหลายประเทศทั่วโลก
4. มีความบริสุทธิ์มากถึง 99.5% จึงช่วยลดโอกาสในการดื้อโบท็อกซ์
5.ให้ผลการรักษาที่แม่นยำที่สุด เนื่องจากยากระจายตัวแคบ ทำให้หมอสามารถคาดคะเนการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ได้
6. เหมาะสำหรับฉีดลดริ้วรอยเฉพาะจุด เช่น ตีนกา ระหว่างคิ้ว ขมวดคิ้ว ฉีดโบท็อกซ์ปรับรูปหน้า ลดกราม ลิฟกรอบหน้าด้วยเทคนิค Nefertiti lift
7. เห็นผลเร็ว และมีอายุการใช้งานนานกว่ายี่ห้อโบท็อกซ์อื่น ๆ ประมาณ 20%
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล *
ฉีดโบท็อกซ์กี่วันเห็นผล
โบท็อกซ์ลดริ้วรอย จะเริ่มเห็นผลใน 3-7 วันหลังฉีด และจะเห็นผลแบบชัดเจนใน 14 วัน
โบท็อกซ์ลิฟท์หน้า จะเริ่มเห็นผลใน 7 วัน และจะเห็นผลแบบชัดเจนใน 14 วัน
โบท็อกซ์กราม จะเริ่มเห็นผลใน 14 วัน และจะเห็นผลแบบชัดเจนใน 1 เดือน
โบท็อกซ์กล้ามเนื้อ น่อง จะเริ่มเห็นผลภายใน 1 เดือน และจะเห็นผลแบบชัดเจนใน 2-3 เดือน
โบท็อกซ์ควรฉีดถี่หรือห่างกันในระยะเวลาเท่าไหร่?
ในการฉีดแต่ละครั้งของโบท็อกซ์ ควรเว้นระยะเวลาการฉีดห่างกันอย่างน้อย 4-6 เดือนขึ้นไป และไม่ควรฉีดบ่อยจนเกินไปเนื่องจากจะก่อให้เกิดการดื้อโบได้ โดยการฉีดแต่ละครั้งไม่ควรเกิน 200 ยูนิต
ใครเหมาะและไม่เหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์
ผู้ที่เหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์
1. ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องลึก ตามจุดต่างๆของใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น หน้าผาก แก้ม หรือ รอบๆดวงตา
2. ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับเต่งตึง
3. ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวเข้ารูป หรือต้องการปรับรูปหน้าทรงวีเชฟ
ผู้ที่ไม่เหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์
1. สตรีที่กำลังอยู่ในช่วงระหว่างตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างช่วงให้นมบุตร
2. ผู้ที่มีความปกติของระบบกล้ามเนื้อในร่างกาย เช่น เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
3. ผู้ที่มีรอยแผล ผื่นคัน รอยแดง เกิดขึ้นในบริเวณที่จะฉีด ควรเลื่อนการฉีดออกไปและรักษาอาการดั่งกล่าวให้หายเสียก่อน

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์
1. หลังฉีดโบท็อกซ์ไม่ควร นวด กด แกะ เกา หรือไปโดนบริเวณที่ทำการฉีดโบท็อกซ์มา
2. หลังฉีดโบท็อกซ์ ควรงดการอยู่ในที่ร้อน เช่น อบซาวน่า ปรุงอาหารหน้าเตาร้อน เป็นเวลา 4 ชั่วโมง
3. หลังฉีดโบท็อกซ์ ควรงดเว้นการออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลา 4 ชั่วโมง
4. หลังฉีดโบท็อกซ์ ควรงดแต่งหน้าเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
5. หลังฉีดโบท็อกซ์ ให้พยายามขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ยากระจายตัวเข้ากล้ามเนื้อได้มากขึ้น
6. หลังฉีดโบท็อกซ์ หากมีอาการบวมแดง สามารถใช้น้ำแข็งประคบบริเวณที่บวมแดง หรือช้ำได้
7. หากมีอาการผิดปกติหลังจากฉีดโบท็อกซ์ ให้กลับมาพบแพทย์ที่ให้บริการ
8. หลังฉีดโบท็อกซ์ ควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์
ปัจจุบันโปรแกรมที่กำลังเป็นที่นิยมในคลินิกความงาม คือ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ที่ช่วยปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็ม เพื่อให้ใบหน้าดูสวยละมุนมากยิ่งขึ้น บริเวณที่นิยมฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าเปลี่ยนได้แก่ ฟิลเลอร์ปาก ใต้ตา คาง ขมับ ร่องแก้ม และที่ไอริคลินิกก็ให้บริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มาอย่างยาวนาน พร้อมเสริฟรีวิวมากมายให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

ฟิลเลอร์ ( Filler ) คือ สารสังเคราะห์ที่มีความคงตัวสูง สลายได้เองตามธรรมชาติและก่อให้เกิดอาการแพ้น้อยมาก โดยสารที่ปัจจุบันนิยมใช้การ คือ สารไฮยาลูโลนิก ( Hyaluronic Acid ) หรือเอชเอ ( HA ) เป็นสารที่พบได้ในชั้นผิวปกติ และจะมีปริมาณลดลงเมื่ออายุเรามากขึ้น ดังนั้นในทางแพทย์จึงได้มีการคิดค้น ฟิลเลอร์ ไฮยาลูโลนิก ( Hyaluronic ) สังเคราะห์ขึ้นมา เพื่อใช้ฉีดเติมเต็มเข้าไปในชั้นผิวหนังเพื่อทดแทนเส้นใยคอลลาเจนที่สลายไป ช่วยในการเติมเต็มรูปหน้า เติมร่องลึกต่างๆ และปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์แต่ละจุดควรใช้กี่ cc
เป็นคำถามยอดฮิตว่า ฉีดฟิลเลอร์บริเวณไหนได้บ้าง และแต่ละบริเวณควรใช้กี่ cc ซึ่งบริเวณที่นิยมฉีดฟิลเลอร์นั้นคือ ฟิลเลอร์ปาก ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์คาง ฟิลเลอร์ขมับ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ฟิลเลอร์แก้มส้ม และ ฟิลเลอร์กรอบหน้า ซึ่งโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แต่ละบริเวณ เป็นโปรแกรมที่ทำแล้วเห็นความเปลี่ยนแปลงทันที และในการฉีดฟิลเลอร์แต่ละบริเวณนั้น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามปัญหา และความต้องการของผู้ใช้บริการทุกท่าน เพื่อแนะนำปริมาณในการใช้ฟิลเลอร์อย่างเหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

โดยเริ่มต้นแล้วการฉีดฟิลเลอร์แต่ละบริเวณต้องใช้กี่ซีซีมีดังนี้
ฉีดฟิลเลอร์ขมับ จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 1-2 cc
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc
ฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-3 cc
ฉีดฟิลเลอร์ปาก จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 1-2 cc
ฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc
ฉีดฟิลเลอร์คาง จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc

*ในการฉีดฟิลเลอร์แต่ละครั้ง ไม่จำเป็นต้องเติมทีเดียวในปริมาณมาก สามารถทยอยเติมได้เรื่อยๆ จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่สวยงามขึ้น *

รีวิวฉีดฟิลเลอร์
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการแก้ไข้ และประมาณในการใช้ฟิลเลอร์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้บริการทุกครั้ง *
บริเวณยอดฮิตกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
เข้าวงการฉีดฟิลเลอร์แล้วออกยาก คำนี้ไม่เกินจริงเรียกได้ว่าบริเวณที่นิยมแก้ไข้ด้วยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คือ ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ปาก และการฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นสามบริเวณที่ฉีดแล้วหน้าเปลี่ยน สำหรับท่านใดที่กำลังมองหาฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ควรเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ โดยแพทย์จะต้องสามารถตรวจได้ และผลิตภัณฑ์ของแท้ที่ตรวจสอบได้ เพื่อความปลอดภัยและการแก้ไข้ปัญญาที่ตรงจุด



ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น
ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่


โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ราคาแต่ละแบรนด์ต่างกัน ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับอายุการสลายของฟิลเลอร์ และคุณสมบัติของเนื้อฟิลเลอร์ที่จะฉีด โดยแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดที่สุด ซึ่งปัจจุบันได้มีฟิลเลอร์หลายยี่ห้อที่ถูกผลิตออกมา แต่ไอริคลินิกได้มีการทดลอง และคัดยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะแก่การปรับรูปหน้ารวมถึงความปลอดภัยที่ลูกค้าต้องได้รับ
*ไม่มีเซลล์ขายให้อึดอัด ให้ราคาดีตรงไปตรงมา พาตรวจสอบของแท้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ทุกเคส สามารถเอากล่องกลับบ้านได้ *
ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ?

EPTQ
ฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลี นำเข้าโดยบริษัท เอสทีมา จำกัด (Aestema Co., Ltd.) ใช้กระบวนการผลิต ZEEP technology (Zero Endotoxin & BDDE Entire Process) ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โมเลกุล Hyaluronic Acid (HA) ที่ใช้ได้รับการรับรองจาก USFDA และ EDQM ด้วยปริมาณความเข้มข้นสูงถึง 24 mg/ml

EPTQ S100 เหมาะสำหรับเติม หน้าผาก ขมับ ใต้ตา เพิ่มความชุ่มชื้นให้ปาก ระยะเวลาอยู่ได้ประมาน 6 – 9 เดือน
EPTQ S300 เหมาะสำหรับเติม หน้าผาก ขมับ แก้มตอบ ร่องแก้ม ปาก ระยะเวลาออยู่ได้ประมาน 9 – 12 เดือน
EPTQ S500 เหมาะสำหรับเติม แก้มส้ม แนวกระดูกราม คาง จมูก ลิฟหน้า ระยะเวลาอยู่ได้ประมาน 12 เดือน


Restylane
ฟิลเลอร์จากประเทศสวีเดน เป็นฟิลเลอร์แบรนด์แรกของโลกที่มีการผลิตและพัฒนา มาอย่างยาวนาน รวมถึงได้รับความนิยมอย่างมากจากทั่วโลก โดยเป็นสารเติมเต็มที่ใช้ส่วนประกอบของ ไฮยารูลอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) ที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง ช่วยเติมเต็มปรับรูปหน้าให้สวยอย่างเป็นธรรมชาติ และยังเป็นแบรนด์ฟิลเลอร์ที่แพทย์ทั่วโลกให้การยอมรับ

Restylane Vital Light ฟิลเลอร์ชนิดนี้มีส่วนผสมของยาชา เป็นโมเลกุลที่เล็กที่สุด มีความนิ่มมากที่สุด เติมเต็มร่องน้ำตา ลดใต้ตาคล้ำ บูสท์ผิวให้กระจ่างใสดูมีออร่าขึ้น ระยะเวลาอยู่ได้ประมาน 8-12 เดือน
Restylane Lyft เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา เป็นเนื้อเจลที่มีลักษณะแข็งแรงที่สุด คงรูป มีแรงยกกระชับได้สูง เติมแก้ม ขมับ คาง สร้างกรอบหน้า ใช้ฉีดยกกระชับปรับรูปหน้า ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน
Restylane Kysse เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา เนื้อเจลนิ่มไม่เป็นก้อน กลืนกับเนื้อริมฝีปากได้ดี ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อฉีดปากโดยเฉพาะ สามารถให้ผลลัพธ์ทั้งในเรื่องของการปรับรูปทรงปาก และเติมความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน
" Restylane เป็นฟิลเลอร์แบรนด์ยอดนิยม ที่แพทย์ทั่วโลกให้การยอมรับ "


JUVEDERM
ฟิลเลอร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ที่ได้รับความนิยมจากแพทย์ทั่วโลกมายาวนาน ผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย. ประเทศไทย ผลิตและนำเข้าโดย บริษัท Allergan Thailand เป็นฟิลเลอร์ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว มีทั้งอุ้งน้ำน้อย อุ้งน้ำมาก เมื่อเติมเต็มเกิดความเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ และผลลัพธ์ที่ยาวนาน
Volbella ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เหมาะเติมเต็มใต้ตา หรือ ปาก
เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีโมเลกุลขนาดเล็กที่มีความละเอียดมากที่สุด เป็นธรรมชาติ เรียบเนียน หลังฉีดจะดู ไม่เป็นก้อน แก้ปัญหาใต้ตาที่คล้ำ ร่องใต้ตาลึก หรือ ร่องปาก ได้ดี ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 12-15 เดือน
Voluma ฟิลเลอร์เนื้อแข็งและฟูปานกลาง ขมับ แก้มส้ม แก้มตอบ ร้องแก้ม คาง ขอบปาก
เป็นรุ่นที่นิยมที่สุดทั่วโลก มีปริมาณHAมากที่สุด มีโมเลกุลขนาดใหญ่ มีความยืดหยุ่นสูง เรียกได้ว่าเป็นฟิลเลอร์ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้เกือบทุกตำแหน่ง ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 18-24 เดือน

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา
รีวิวฟิลเลอร์คาง
รีวิวฟิลเลอร์ปาก
ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น
ตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ก่อนฉีดทุกครั้ง

วิธีการสังเกตว่าเป็นฟิลเลอร์แท้สามารถสังเกตได้ง่ายๆ ดังนี้
1. ตรงบริเวณกล่องจะต้องมี ฉลากภาษาไทย มีราคา และมีวันหมดอายุระบุอย่างชัดเจน
2. มี QR Code ระบุวันที่ผลิต วันหมดอายุ เลขที่อ้างอิงอย่างชัดเจน
3. สามารถโทรสอบถามเลข Lot กับทางบริษัทได้โดยตรง
4. ด้านในกล่อง ผลิตภัณฑ์จะต้องบรรจุอยู่ในแพ็คเกจที่สะอาด ปิดผลึกมาอย่างดี และจะต้องมีเอกสารคู่มือในกล่อง
ข้อปฏิบัติตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ 2 อาทิตย์ก่อนทำ
1. ควรหาข้อมูลรีวิวจากคนไข้ที่ทำจริง หากดูตามเพจความเป็นวีดีโอให้เห็นจะดีมากกว่ารูปรีวิวธรรมดา
2. เลือกหมอและวิธีการทำการรักษา เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีและเกิดอาการบวมช้ำน้อย ควรศึกษาประสบการณ์ของแพทย์และความน่าเชื่อถือของคลินิก
3. เลือกยี่ห้อและชนิดของฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน
1 อาทิตย์ก่อนทำ
1. ควรงดรับทานยา แอสไพริน, NSAIDs
2. ควรงดวิตามิน E
3. ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ทุกชนิด
4. หากต้องทำหน้า นวดหน้า หรือเลเซอร์ต่างๆ ควรทำมาก่อนอย่างน้อย 3 วันก่อนการฉีดฟิลเลอร์ เพราะหลังทำต้องเว้นไปอีก 2 อาทิตย์
5. หากมีโรคประจำตัว หรือทานยาเป็นประจำ ควรเตรียมแจ้งกับแพทย์ที่ทำหัตถการให้ 24 ชั่วโมง
ก่อนทำ
1. งดดื่มแอลกอฮอล์
2. งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น การซาวน่า การออกกำลังหนักๆ
ข้อปฏิบัติตนเองหลังฉีดฟิลเลอร์

6 ชั่วโมงหลังทำ
1. ยาชาเริ่มหายบวม ถ้าจุดไหนที่ยังบวมมากควรประคบเย็นช่วย ไม่ควรกดแรงๆ
กลางคืนหลังฉีดฟิลเลอร์
1. จะเริ่มมีอาการปวด ระบมมากขึ้น ควรทานยาพาราเซตามอล ทุกๆ 4 ชม.แล้วยังปวดมากอยู่ สามารถทานยาแก้ปวดในกลุ่มอื่นๆช่วยเสริมได้ แต่ถ้าไม่เคยทานยาเหล่านี้มาก่อนควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการหรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
2. ควรนอนในห้องแอร์ที่อุณหภูมิ 18-23 องศา หนุนหมอนอย่างน้อย 2 ใบขึ้นไป ไม่ควรนอนตะแคง 2-3 คืนแรกหลังทำเพื่อป้องกันการกดทับหน้า
หลังทำ 24 ชม.
1. จะเริ่มมีอาการบวมมากขึ้น สำหรับฟิลเลอร์บางคนอาจเข้าใจผิดว่าฟิลเลอร์ฟูขึ้น แต่เมื่อผ่านไป 7-14 วัน อาการบวมเข็มจะยุบลงอย่าเข้าใจว่าฟิลเลอร์สลายไป การดูฟิลเลอร์ควรดูตอนฉีดเสร็จทันทีและหลังจาก 14 วันระหว่างนั้นไม่สามารถประเมินได้เพราะเป็นอาการบวม
หลังทำ 48 ชม.
1. สามารถล้างหน้า ทาครีมบำรุง แต่งหน้าทับรูเข็มได้ตามปกติ
จบปัญหารอยแตกที่น่าอาย
สวัสดีค่ะทุกคน เราชื่อวินะคะ วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์ เลเซอร์รอยแตกลาย ให้ทุกคนได้อ่านกัน สาเหตุของรอยแตกของเราเกิดมาจากการลดน้ำหนักค่ะยอมรับว่าช่วงนั้นหักโหมมากหลักๆคืออดอาหาร ถึงแม้จะได้หุ่นที่ดีแต่สิ่งที่ตามมาคือรอยแตกที่มันไม่ได้ดูดีต่อร่างกายเลย

ภาพก่อน เลเซอร์รอยแตกลาย
เวลามองรอยแตกทีไรเราแอบรู้สึกผิดกับตัวเองนะแต่ทำยังได้ในเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องหาวิธีรักษา เราได้เข้ามา ไอริ คลินิก เพื่อปรึกษาถึงวิธีการรักษารอยแตกจากที่เราได้เห็นรีวิวการรักษาของทางคลินิกมามากมายจึงทำให้เกิดความมั่นใจที่จะเข้ามาใช้บริการ
หลังจากที่เราได้ปรึกษากับทางคลินิก เลเซอร์รอยแตกลาย จะเห็นผล 10-20% และจะดีขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนครั้งที่ทำ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์ด้วยซึ่งจากที่เราฟังมาการทำเลเซอร์นั้นต้องควบคู่กับการดูแลตัวเองถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี

โดยการยิงเลเซอร์ด้วยเครื่อง (Scanxel) จะเป็นการรักษาแบบตกสะเก็ดที่จะสร้างผิวใหม่ให้กับเรา สามารถรักษาได้ทั้ง รอยแตกลายต่างๆ รอยแผลเป็น สิวอุดตัน รอยดำรอยแดงสิว หลุมสิว รูขุมขน และเป็นที่นิยมอย่างมาก ซึ่งตัวเครื่องทางคลินิกนำเข้าจากประเทศเกาหลีที่ผ่านการยอมรับจาก KFDA อีกด้วย

ภาพ เลเซอร์รอยแตกลาย ครั้งที่ 5
เกือบๆ 5 เดือนที่ เลเซอร์รอยแตกลาย ผลลัพธ์ดีขึ้นกว่าครั้งแรกๆยอมรับว่าการดูแลตัวเองมีผลเกือบ 100% เราทำตามคำแนะนำทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ล้างด้วยน้ำเปล่า ทาครีมที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นลดการละคายเคืองแก่ผิวได้ หลบแสงแดดจัด และไม่แกะไม่เกาบริเวณที่เลเซอร์

ภาพ เลเซอร์รอยแตกลาย ครั้งที่ 7
และผลลัพธ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนครั้งที่ทำเราค่อนข้างพอใจมาก เลเซอร์รอยแตกลาย ครั้งที่ 7 โดยรวมรอยแตกลายจางลงผิวเริ่มมีความสม่ำเสมอกัน

หลัง เลเซอร์รอยแตกลาย ไป 10 ครั้ง ความมั่นใจกลับมาถึงรอยแตกจะไม่หาย 100% แต่สำหรับเราถือว่าดีมากแล้ว ระหว่างครั้งแรกกับครั้งนี้คือต่างกันลิบลับเลย

ภาพ เลเซอร์รอยแตกลาย
เราประทับใจกับผลลัพธ์ที่ได้มาก ปัญหารอยแตกที่น่าอายดีขึ้นอย่างชัดเจนใครที่เจอกับปัญหาเหล่านี้แล้วอยากรักษา ไอริ คลินิก คือตัวเลือกอีกทางที่เราแนะนำ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เข้ารับการรักษาที่นี่คือดีจริง
สลายไขมันส่วนเกิน ด้วยนวัตกรรมแฟตบอม
สวัสดีครับทุกคนเจนะครับ วันนี้เจจะมาเล่าประสบการณ์ฉีด FAT BOMB ลดเหนียง ให้อ่านกัน จริงๆเจมีปัญหานี้มาสักพักใหญ่แล้ว แต่ไม่มีเวลาไปฉีดสักทีวันนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดีแล้วล่ะที่จะได้กำจัดเหนียงพวกนี้ออกไป

วันนี้เจอยู่ที่ ไอริ คลินิก ครับหลังจากที่ได้ตามดูรีวิวมาสักพักใหญ่ บอกเลยทางคลินิกรีวิวเยอะมากทั้งเป็นคลินิกที่ได้การรับรองจากกระทรวงสาธารณะสุขเชื่อมั่นได้ว่าปลอดภัยแน่นอน

นี่เลยเหนียงที่ใต้คางเยอะไม่ไหว ทุกคนครับการที่เราจะฉีด FAT BOMB ลดเหนียงเราต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนนะครับ ซึ่งส่วนนี้สำคัญมากเพราะรูปหน้าของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน
หลังจากเจได้ปรึกษากับคุณหมอเรียบร้อยแล้ว ตัวยาที่เจเลือกเป็นแบรนด์ของ Neobella จากประเทศเกาหลีครับ ตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์สารสกัดเข้มขน ที่ช่วยลดปัญหาไขมันส่วนเกิน เผาผลาญเร็วใช้ได้ทั้งหน้าและตัว สามารถยับยั้งการกลับมาของไขมันใหม่ และผ่านการรับรองมาตรฐาน อย.ประเทศไทยด้วยครับ

ภาพระหว่างฉีด Neobella FAT BOMB
ระหว่างฉีด Neobella FAT BOMB เชื่อไหมครับทุกคนว่าไม่เจ็บไม่แสบเลย เจยอมรับว่าคุณหมอเบียร์มือเบามากอาจจะมีจี๊ดๆตอนเข็มจิ้มอยู่บ้างแต่โดยรวมคือนั่งชิลล์ครับ
จากนี้ไปเจจะอัปเดตความเปลี่ยนแปลงหลังจากฉีด Neobella FAT BOMB ให้ดูกันนะครับทุกคน

หลังจากฉีด Neobella FAT BOMB 1 วันยังเห็นรอยเข็มอยู่บ้างนะครับแต่ไม่อาการเจ็บหรือปวดใดๆ

หลังจากฉีด Neobella FAT BOMB 3 วัน รอยเข็มหายแล้วและเหนียงเริ่มยุบลงจากวันแรกครับ

หลังจากฉีด Neobella FAT BOMB 7 วัน หน้าดูเข้ารูปเห็นโครงชัดซึ่งต่างจาก 3 วันแรกที่ยังเห็นเหนียงออกอยู่

และนี่คือผลลัพธ์หลังฉีด Neobella FAT BOMB 14 วัน เจบอกเลยว่าความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเยอะมากไขมันส่วนเกินใต้คางตอนนี้ค่อนข้างหายไปเยอะเลยครับ

สาวๆหมุ่นๆที่อยากเสริมสร้างความมั่นใจหรืออยากลดไขมันส่วนเกิน Neobella FAT BOMB ที่ ไอริ คลินิก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกครับ เจลองมากับตัวเห็นได้ชัดว่า ลดจริงไม่จกตา
วิตามินสูตรนี้ใครๆ ก็หลงรัก
สวัสดีคร้าทุกคน อิ่มเอมนะคะ วันนี้อิ่มจะมาป้ายยา วิตามินผิว ตัวปังให้ทุกคนได้อ่านกัน ต้องบอกก่อนนะคะว่านี่เป็นประสบการณ์ให้ วิตามินผิว ของอิ่มโดยเฉพาะจากที่ได้ให้มาหลายรอบ ต้องยอมรับว่าประทับใจกับผลลัพธ์มากกกก!!

วันนี้ก็ตามเคยค่ะอิ่มได้เข้ามา ไอริ คลินิก เพื่อให้วิตามินผิวอีกครั้ง ซึ่งสูตรที่อิ่มชอบเอามากๆก็เป็นสูตร Super Aura เลยทุกคน สูตรนี้บอกเลยว่าปัง แอบบอกนิดนึงว่าวิตามินสูตรนี้เป็นสีชมพูและเป็นสูตรของคุณหมอโดยเฉพาะเลยนะซึ่งจะรวมวิตามินเกรดพรีเมียมมากถึง 15 ชนิดไว้ในกระปุกเดียวเลยล่ะ

และเจ้าสูตรนี้มีอะไรดีใช่ไหมทุกคน สูตรนี้นะคะจะช่วยบำรุงทั้งผิว สมอง และก็เพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกายให้อยู่ในภาวะที่แข็งแรง

ทำให้ผิวของเราเนี่ยดู ขาว กระจ่างใส มีออร่า ชุ่มชื่น เนียนนุ่ม น่าสัมผัส มากขึ้น แถมยังช่วยชะลอความแก่ก่อนวัย และลดการอักเสบในร่างกายพร้อมช่วยฟื้นฟูผิวอย่างดีเยี่ยมจากภายในสู่ภายนอก

ซึ่งหลังจากที่อิ่มได้ให้วิตามินสูตร Super Aura ไปหลายครั้ง ต้องยอมรับค่ะว่าร่างกายสดชื่นขึ้นจริงค่ะ

ระหว่างวันก็ไม่มีอาการอ่อนเพลียหรือเบลอๆแบบเมื่อก่อนแล้ว เอาเป็นว่าดี๊ด๊าได้ทั้งวันเลยค่ะ

แถมที่สำคัญเลยนะ ผิวของอิ่มยังดูละเอียดดูมีออร่า กว่าแต่ก่อนขึ้นเยอะม๊าก

ทุกคนใครที่อยากมีผิวสุขภาพดี ดูขาว ดูมีออร่า ดูน่าสัมผัส ลองเปิดใจให้วิตามินผิวสูตร Super Aura ที่ ไอริ คลินิก ดูค่ะ รับลองว่าหลงรักเหมือนอิ่มแน่นอน อิ่มรับประกัน ไม่งั้นอิ่มจะกลับมาที่นี่ซ้ำๆทำไมจริงไหมคะ
รอยแผลเป็นจางลงจริงไหม ถ้ายิงเลเซอร์แบบตกสะเต็ด
สวัสดีทุกคนผมอรรถนะครับ วันนี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์ทำ เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น ให้ทุกคนอ่านกัน แผลเป็นของผมเกิดจากน้องแมวตัวแสบที่เลี้ยงไว้ครับ ต้องบอกเลยว่ารอยนี่ไม่ใช่เล่นๆ

ภาพก่อน เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น
วันนี้ผมเข้ามาปรึกษากับทาง ไอริ คลินิก ครับหลังจากที่ได้ติดตามทางเพจของคลินิกมาสักพักใหญ่ยอมรับว่ารีวิวทำเลเซอร์ของเขาเยอะมากแต่ละเคสที่เข้ารักษาคือเห็นผลทุกคน

หลังจากที่ได้ปรึกษากับทางคลินิก ผมบอกเลยว่าเจ้าเครื่องเลเซอร์ของเขานี่ไม่ธรรมดาเห็นเครื่องเล็กๆแบบนี้แต่ประสิทธิภาพนี่ทำเอาอึ้งได้นะ ใช้รักษาทั้งรอยแผลเป็น รอยดำรอยแดงจากสิว รูขุมขน และรอยแตกรายต่างๆ โดยเครื่อง Scanxel Laser เป็นเครื่องนำเข้าจากประเทศเกาหลีครับ ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก KFDA รวมถึงการรับรองมาตรฐาน อย.ประเทศไทยด้วย

การรักษาจะเป็นการยิงแบบตกสะเก็ดครับที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว ปรับสมดุลของผิวโดยการลบผิวเก่าที่เลวร้ายออกไปและสร้างผิวใหม่ขึ้นมาแทน ส่วนตัวสะเก็ดสีขาวที่เห็นอีก 3-6 วันจะกลายเป็นสีน้ำตาลและจะเริ่มหลุดออกภายใน 2-3 สัปดาห์ครับ

ภาพ เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น ครั้งที่ 3
การทำ เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น จะเห็นผลประมาณ 10-20% ต่อครั้งครับ ผมทำมา 3 ครั้งเห็นได้ว่ารอยแผลเป็นดูจางลงกว่าก่อนทำในหลายส่วน สีไม่เข้มเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว

ภาพ เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น ครั้งที่ 6
ซึ่งการรักษาจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในครั้งที่ 6-8 เป็นต้นไปครับ แต่ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตนหลังทำเลเซอร์ด้วย อย่างเช่น 24 ชั่วโมงแรกแผลหน้าโดนน้ำเด็ดขาด หลีกเลี่ยงแสงแดดเพราะหลังทำเลเซอร์จะทำให้ผิวบอบบาง ใช้สกินแคร์ที่ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์สิ่งนี้ช่วยลดการละคายเคืองได้ และที่สำคัญอย่างมากคือห้ามแกะสะเก็ดครับ

ภาพ เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น ครั้งที่ 8
หลังจากทำ เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น มา 8 ครั้ง ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนมาก ตอนนี้รอยแผลเป็นจางลงไปเยอะแบบมองผ่านๆแทบไม่เห็นแล้ว ซึ่งผมบอกตรงๆครับว่าทำ เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น ที่ ไอริ คลินิก คือเห็นผลจริงแบบในรีวิวเลยครับ

ภาพ เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น
คุณหมอฉีดอะไรเข้าไป ทำไมหน้าถึงเป็นแบบนี้
สวัสดีค่ะทุกคน นิวนะคะ วันนี้นิวจะมาแชร์ประสบการณ์ ฉีด เมโสหน้าใส หรือ Glow Skin ให้ทุกคนได้อ่านกัน คือบอกก่อนนะว่านี่เป็นการฉีดเมโสหน้าใสครั้งแรกของนิว ต้องยอมรับช่วงนี้นิวค่อนข้างกังวลเรื่องผิวหน้าเป็นพิเศษ เนื่องจากงานเยอะทำให้ไม่มีเวลาดูแลตัวเองเท่าที่ควร และสิ่งที่ตามมาก็ใช่ค่ะหน้าโทรมนั่นเอง จนเป็นเหตุที่ทำให้นิวตัดสินใจไปฉีด

วันนี้นิวได้เดินทางเข้ามาที่ ไอริ คลินิก เพื่อปรึกษากับคุณหมอถึงปัญหาเหล่านี้ โดยคุณหมอแนะนำเป็นตัว Neo-Glutanex Glow เป็นนวัตกรรมสำหรับฉีดผิวหน้าที่ช่วยแก้ปัญหา เรื่องรูขุมขน ปัญหาหน้าแห้ง หน้ามัน การเกิดสิวต่างๆ รวมถึงกระตุ้นคอลลาเจนช่วยให้ผิวชุ่มชื่นดูใสฉ่ำวาว จะเป็นการฉีดแบบชั้นตื้นจุดๆทั่วใบหน้า ซึ่งจะมีส่วนประกอบหลักๆด้วยกัน 4 อย่าง นั่นก็คือ PDRN หรืออสุจิปลาแซลมอน, Gluta, Hyaluronic Adcid, และ Growth Factors

ภาพก่อนฉีด Neo-Glutanex Glow
นี่ก็เป็นภาพก่อนฉีด Neo-Glutanex Glow ค่ะทุกคน จะเห็นได้ว่าหน้านิวมีรอยสิว สิวผด หลายจุด ซึ่งทำให้ผิวดูไม่เรียบไม่ใส แต่หลังจากนี้ปัญหาพวกนี้จะหมดไปเพราะคุณหมอบอกว่าจะเห็นผลภายใน 7-14 วัน เอาเป็นว่าคือตื่นเต้นไม่ไหวแล้วนิวไปให้คุณหมอฉีดเลยดีกว่า

ภาพระหว่างฉีด Neo-Glutanex Glow
โอ่ยยยยเจ็บ ตามภาพเลยค่ะฮ่าๆๆ น้ำตาซึม คือรีวิวแบบไม่โลกสวยนะทุกคน คือต้องบอกว่าเจ็บค่ะแต่เป็นเจ็บในระดับที่ทนได้ ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่คนด้วยนะระดับความทนทานของเรานั้นไม่เหมือนกัน ก่อนฉีด Neo-Glutanex Glow พี่พยาบาลจะทำความสะอาดใบหน้าให้ก่อนนะคะเพื่อกำจัดคราบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกออกไป

ภาพหลังฉีด Neo-Glutanex Glow
หลังฉีด Neo-Glutanex Glow เสร็จ จะมีตุ่มเต็มหน้าแบบนี้เลยค่ะน่ากลัวใช่ไหมคะ ก็แบบนี้แหล่ะทุกคนความสวยก็ต้องมาพร้อมกับเรื่องแบบนี้เป็นธรรมดา แต่ไม่ต้องกังวลไปตุ่มเหล่านี้จะยุบหายเองภายใน 2-3 ชั่วโมง ซึ่งหลังฉีดก็ควรพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดสัก 48 ชั่วโมง งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ด้วย ที่สำคัญต้องดื่มน้ำมากๆนะจะยิ่งช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น
จากนี้นิวจะอัพเดตผลลัพธ์ที่ได้ให้ทุกคนชมกันค่ะ ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับผิวหน้าของแต่ละคนและรวมถึงการดูแลตัวเองหลังฉีด Neo-Glutanex Glow ด้วยนะคะ ไปชมกันเลย

หลังฉีด Neo-Glutanex Glow ได้ 3 วัน จะเห็นได้ว่าหน้านิวยังมีรอยเข็มนะคะ อันนี้อย่างที่นิวบอกไปข้างต้นผิวหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บ้างก็หายช้าบ้างก็หายเร็ว

แต่หลังฉีด Neo-Glutanex Glow ครบ 7 วัน รอยเข็มได้จางหายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ นิวรู้สึกว่าหน้าเริ่มดูสว่างขึ้น

หลังจากที่นิวฉีด Neo-Glutanex Glow ได้ 14 วัน ผิวหน้าดูเรียบ รูขุมขนดูกระชับ และหน้าคือดูฉ่ำวาวมาก

ครบ 1 เดือนแล้วคร้า จะเห็นได้ชัดเลยว่า รอยสิวหาย หน้าขาวใสดูมีออร่า คือเล่นแสงสุดๆ ตอนแรกไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้นะ แต่พอมาตอนนี้น่ะเหรอ เลิฟเลย
ทั้งหมดนี่ก็เป็นผลลัพธ์หลังฉีด Neo-Glutanex Glow ของนิวเองค่ะ นิวเทียบรูป ก่อนทำ-หลังทำ ให้ดูกันดีกว่าว่าแตกต่างกันขนาดไหน

ก็โชว์หน้าสดไปเลยสิคะ!! ทุกคนจากที่เปิดใจลองฉีด Neo-Glutanex Glow บอกเลยผลลัพธ์คือดีมาก เกินความคาดหมายไปเยอะ เอาเป็นว่าสาวๆหนุ่มๆที่อยากหน้าใสลองเปิดใจฉีดที่ ไอริ คลินิก ดูค่ะ รับลองว่ามันดีเชื่อนิว
เรื่องยกกระชับ ต้องยกให้ตัวนี้
สวัสดีค่ะทุกคน เพลงนะคะ วันนี้เพลงจะมารีวิวทำ HIFU DOUBLE LIFT ครั้งแรกให้ทุกคนได้อ่านกัน ส่วนตัวนะคะเพลงมีปัญหาแก้มห้อย แก้มย้อย ไม่ค่อยกระชับ ไม่ได้รูปค่ะ

เพลงได้เข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ ไอริ คลินิก ค่ะ คุณหมอได้แนะนำให้ทำเป็น HIFU DOUBLE LIFT ที่จะช่วยยกกระชับผิวหน้า และลดการหย่อนคล้อย ซึ่งตรงกับปัญหาที่เพลงเจออยู่ตอนนี้

นี่เป็นรูปก่อนทำ HIFU DOUBLE LIFT ค่ะ ทุกคนเห็นช่วงกระเปาะแก้มของเพลงไหมคะว่ามันไม่ค่อยกระชับ มีความย้อย ดูไม่เข้ารูป

ตอนทำต้องบอกว่ามีความจั๊กจี้และมีความอุ่นเล็กน้อยค่ะ แต่ไม่มีความเจ็บใดๆเลย โดยคุณหมอได้อภิบายให้เพลงเข้าใจว่าการทำ HIFU DOUBLE LIFT เป็นการยกกระชับแบบคูณสองซึ่งจะปล่อยพลังงาน HIFU แบบเป็นจุดเรียงตัวกันเป็นเส้นตรง อย่างหัวที่เพลงใช้เป็นความลึก 4.5 เป็นความลึกที่ไปกระตุ้นถึงชั้นเหนือกระดูกเพื่อกระชับผิวหนังชั้นบน จากรูปหน้าของเพลงคุณหมอก็ได้ประเมิณไว้อยู่ที่ 300 Shot ค่ะ

หลังจากทำ HIFU DOUBLE LIFT ไป 1 ข้าง จะเห็นได้เลยช่วงกระเปาะแก้มฝั่งที่ทำแล้วยกตึงขึ้น ซึ่งแตกต่างจากอีกข้างพอสมควรว่าช่วงกระเปาะแก้มยังมีความห้อยอยู่

หลังทำ HIFU DOUBLE LIFT เสร็จทั้ง 2 ข้างจะมีความยกกระชับทันที่ 20-30% จะเห็นความแตกต่างได้เลยค่ะว่ากระเปาะแก้มของเพลงหายไปผิวดูตึงกระชับกว่าก่อนทำ ทั้งนี้จะเห็นผล 100% ในอีก 1 เดือนนะคะ

หลังทำ HIFU DOUBLE LIFT 14 วัน เอาจริงๆทำ HIFU ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลยนะทุกคนไม่ต้องรอพักฟื้นนานๆ ไม่ทำร้ายผิวชั้นนอก และก็ยังสามารถแต่งหน้าใช้ชีวิตตามปกติได้เลยที่สำคัญยังทำร่วมกับหัตการอื่นๆได้ด้วยนะ (แต่ทั้งนี้ต้องปรึกษากับคุณหมอประจำคลินิกก่อนนะคะ)

เพลงทำ HIFU DOUBLE LIFT ที่ ไอริ คลินิก ครั้งแรกต้องยอมรับว่าเห็นผลมากค่ะเรื่องยกกระชับนี่ต้องมอบให้เค้าจริงๆ จากแก้มที่ย้อยๆตอนนี้ได้หายไปแล้ว บริเวณกรอบหน้าดูชัดขึ้นสุดๆ ใครที่สนในทำ HIFU ไอริ คลินิก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเลยล่ะ
จบปัญหารอยย่นรอยยับ ของสาววัย 40
สวัสดีค่ะทุกคน พี่พิมนะคะ ขอแทนตัวเองว่าพี่แล้วกันเนาะตอนนี้อายุมากแล้ว เอาล่ะวันนี้พี่พิมจะมารีวิวประสบการณ์ฉีด โบท็อกซ์ลดริ้วรอย ให้อ่านกัน เนื่องจากพี่พิมอายุจะ 40 แล้ว ริ้วรอยเหล่านี้ก็ต้องเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ถ้าถามว่าพี่พิมมีความกังวลมั้ย บอกเลยว่ามากกกก ก็เราเป็นผู้หญิงอ่ะเนาะ

ภาพก่อนฉีด โบท็อกซ์ลดริ้วรอย
วันนี้พี่พิมก็เลยเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ ไอริ คลินิก เกี่ยวกับเรื่องปัญหาของริ้วรอยตรงช่วงหางตา และ หน้าผาก เนื่องจากการทาสกินแคร์ไม่สามารถช่วยอะไรพี่พิมได้แล้ว และการฉีดโบท็อกซ์ก็ตอบโจทย์กับพี่พิมมากวันนี้พี่พิมฉีด โบท็อกซ์ลดริ้วรอย กับคุณหมอบิ๊วค่ะบอกเลยว่าคุณหมอให้คำแนะนำดีมากส่วนตัวยาที่ใช้เป็นแบรนด์ Nabota ค่ะ ตัวนี้เป็นแบรนด์ชั้นนำจากประเทศเกาหลีเลยนะผ่านการรับรองมารตฐาน FDA ไทย และ อเมริกา

ภาพระหว่างฉีด Nabota โบท็อกซ์ลดริ้วรอย
หลังจากที่พี่พิมได้ตรวจสอบตัวยาของแท้แล้ว Nabota เป็นตัวยาที่มีความบริสุทธิ์ถึง 98.7% ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและตรงจุด เป็นแบรนด์มารตฐานระดับโลกเชียวนะทุกคน ระหว่างฉีดพี่พิมขอบอกตรงๆว่าเหมือนมดกัด ถ้าระดับความเจ็บเต็ม 5 พี่พิมให้ 2 ทุกคนผ่านไปได้ชิลล์ๆแน่นอน

ภาพหลังฉีด Nabota โบท็อกซ์ลดริ้วรอย
ตอนนี้พี่พิมก็ฉีด Nabota โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เสร็จแล้วจ้าหลังฉีดก็ประมาณนี้เลยจะเห็นรอยแดงหรือตุ่มจากเข็มเล็กน้อยนะแต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะรอยเหล่านี้จะหายไปเองใน 2-3 ชั่วโมง ส่วนในเรื่องการดูแลตัวเองอย่างแรกเลยคือห้ามนอนราบเป็นเวลา 4 ชั่วโมง งดทำเลเซอร์ทรีทเม้นท์ 2 สัปดาห์ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงอยู่ในที่ร้อน อย่างอบซาวน์น่าหรือหน้าอาหารเตาร้อน รับรองถ้าปฏิบัติตามนี้โบท็อกซ์อยู่ได้นานแน่นอน

หลังฉีด Nabota โบท็อกซ์ลดริ้วรอย 1 วัน ยังเห็นริ้วรอยอยู่บ้างนะก็เพิ่งผ่านไปแค่วันเดียวเองเนาะ

หลังฉีด Nabota โบท็อกซ์ลดริ้วรอย 3 วัน โอเคความตึงเริ่มมาแล้วไม่ค่อยเห็นริ้วรอยแล้วจ้า

หลังฉีด Nabota โบท็อกซ์ลดริ้วรอย 7 วัน จะบอกว่าริ้วรอยไม่ได้จางไปอย่างเดียวนะคะความเงาของหน้าผากก็มาด้วยฉ่ำสุด

หลังฉีด Nabota โบท็อกซ์ลดริ้วรอย 14 วัน เลิฟมากกกก รอยตีนการอยเหี่ยวย่นบนหน้าผากหายไปแล้วคร่านี่ขนาดเลิกสุดยิ้มสุดนะ

การฉีดโบท็อกซ์ต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนนะใครที่คิดอยากฉีดโบท็อกซ์ลองเข้ามาปรึกษากับ ไอริ คลินิก ดูค่ะจะบอกว่าที่นี้เขาบริการและให้คำแนะนำดีมากพี่พิมรับรอง