HIFU คืออะไร?
HIFU คือ โปรแกรมยกกระชับผิว ใช้เครื่องเฉพาะเพื่อยกกระชับผิวและสัดส่วน ซึ่ง HIFU สามารถทำ ได้ทั้งบริเวณใบหน้า, แก้ม, เหนียง, คอ รวมถึงต้นแขน ต้นขา และส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ส่งผลให้ผิวบริเวณที่ทำ HIFU นั้นยืดหยุ่นและกระชับมากขึ้น และลดริ้วรอยต่าง ๆ โดยที่หลังทำไม่ต้องพักฟื้น ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงจะเห็นทันทีหลังทำเสร็จ และจะเห็นผลอย่างชัดเจนหลังทำประมาณ 1 เดือน

ปัจจุบันเครื่อง HIFU มีหลายเกรดมากมาย แต่ทางไอริคลินิกได้เลือกเครื่องเกรดนำเข้าจากเกาหลีที่มีต้นทุนสูง และได้การรับรองจาก อย.เกาหลี และ อย.ไทย สามารถให้พลลังงานที่เสถียรได้มาตรฐานและปลอดภัย ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน พร้อมกับหัวเปลี่ยนทุกระดับชั้นผิวตอบโจทย์ทุกปัญหา

เนื่องจากเครื่อง HIFU ที่ไอริคลินิก แตกต่างจากเครื่องไฮฟู่ทั่วไป จึงมีหัวเปลี่ยนในการยิงช็อตทุกระดับชั้นผิว เพื่อตอบโจทย์และแก้ไข้ปัญหาของลูกค้าได้อย่างตรงจุดและแม่นยำ สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS ได้จริง ยกทันที 10-30%

ทำ HIFU ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?
1. ลดความหย่อนคล้อยของผิว ใบหน้า และลำคอ
2. สามารถแก้ปัญหาริ้วรอยบนผิวหน้า หน้าผาก และรอบดวงตา
3. แก้ปัญหาชั้นไขมันใต้คาง แก้ม และเหนียง
4. แก้ปัญหาหนังตาตก ช่วยยกหางคิ้วขึ้น
5. ช่วยยกกระชับผิวบริเวณร่างกายส่วนอื่น เช่น ต้นแขน, ท้องแขน, หน้าท้อง, เอว, สะโพก และต้นขา
HIFU เหมาะกับใคร?
HIFU สามารถทำได้ทุกเพศ ทำได้บ่อยครั้ง และยังสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ด้วย
1. ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดความกระชับ มีความหย่อนคล้อย
2. ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือร่องใต้ตา ร่องแก้มไม่ลึกมาก
3. ผู้ที่ต้องการให้กรอบหน้าชัด ลดแก้ม ลดเหนียง
4. ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวแบบไม่ต้องการแผล ไม่ฉีด ไม่ต้องผ่าตัด
5. ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น
อายุเท่าไหร่ถึงทำ HIFU ได้?
โดยส่วนมากแล้วเครื่อง HIFU จะเหมาะกับผู้ที่มีอายุ 30-40 ปีขึ้นไป ที่มีปัญหาริ้วรอยและร่องลึกตามวัย แต่ด้วยปัจจุบันผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ก็สามารถเข้ารับการทำไฮฟู่ได้เช่นกัน ซึ่งหากทำ HIFU อย่างเป็นประจำจะช่วยให้ผิวเรากระชับและมีคอลลาเจน ผิวดูอ่อนเยาว์ก่อนวัย




แต่ละบริเวณควรทำ HIFU กี่ช็อต ?

HIFU บริเวณหน้าผาก ใช้ประมาณ 100-200 ช็อต
HIFU บริเวณเหนียง ใช้ประมาณ 100-300 ช็อต
HIFU บริเวณเหนียง แก้ม กรอบหน้า ใช้ประมาณ 300-600 ช็อต
HIFU บริเวณทั่วหน้า และ เหนียง ใช้ประมาณ 800-1200 ช็อต
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ที่มีประสบการณ์ประเมินใบหน้าและคำนวณจำนวนช็อตที่ใช้ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล รวมถึงช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และควรเลือกคลินิกที่แพทย์เป็นผู้ทำหัตถการเท่านั้น

ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น!



ข้อปฏิบัติตัวหลังทำ HIFU

โปรแกรมดริปวิตามินผิว
โปรแกรมดริปวิตามินผิว คือ การให้วิตามินทางเส้นเลือด ช่วยในการฟื้นฟูสุขภาพจากภายใน สามารถดูดซึมได้ถึง 100% วิตามินรวมสูตรเข้มข้น ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระนานาชนิด กระตุ้นและฟื้นฟูการทำงานของตับเพื่อให้สามารถผลิตสารกลูตาไทโอนตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ภายในร่างกายทั้งหมด กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ช่วยฟื้นฟูผิวที่หมองคล้ำ หรือ คล้ำแดด ให้กลับมาขาวใสดังเดิมอย่างรวดเร็ว

ดริปวิตามินบำรุงผิเหมาะกับใครบ้าง
1. บุคคลทั่วไปโดยมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ไม่มีโรคประจำตัว
2. ท่านที่ต้องการดูแลสุขภาพ ผิวพรรณ ให้ดูกระจ่างใส หรือ ท่านที่รู้สึกผิวหมองคล้ำ
3. บุคคลที่อ่อนเพลียง่าย ทำงานเยอะแล้วป่วยง่าย เป็นหวัดง่าย รู้สึกไม่ค่อยสดชื่นเวลาทำงาน
4. เหมาะกับสายปาร์ตี้ ชอบเที่ยว ชอบ Hangout แต่ต้องทำงานต่อ แล้วอ่อนเพลีย
5. ไม่สะดวก หรือ ลืมรับประทานวิตามิน หรือ อาหารเสริม หรือ ไม่ได้รับประทานเป็นประจำ

มีทั้งหมด 3 สูตรให้เลือก

ช่วยบำรุงผิวขาวให้กระจ่างใสขึ้น เป็นสูตรวิตามินผิวที่เน้นเรื่องการฟื้นฟูผิว หลังทำจะให้ผิวที่สะอาดใสดูมีออร่าขึ้น ผิวละเอียดเนียน นุ่มน่าสัมผัส เหมาะสำหรับคนรักผิวที่อย่างให้ผิวสุขภาพดี
เป็นสูตรวิตามินผิวที่เน้นในเรื่องของการฟื้นฟูผิวแห้ง ทำให้ร่างกายสดชื่น เสริมสร้างภูมิต้านทานจากโรคต่างๆ ช่วยลดรอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิว และลดฝ้ากระ เหมาะสำหรับคนทำงานหนัก ผักผ่อนน้อยร่างกายอ่อนเพลีย หลังทำจะช่วยเพิ่มพละกำลัง และ หลับสบายขึ้น
เป็นสูตรของการดริปวิตามินผิวที่รวบวิตามินพรีเมี่ยมที่จำเป็นต่อร่างกาย ให้บำรุงอย่างล้ำลึก ได้ทั้งผิวขาวใสสุขภาพดีและร่างกายที่แข็งแรงครบจบในกระปุกเดียว กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโดยการต่อต้านอนุมูลอิสระที่เข้ามาทำร้ายผิวและอวัยวะส่วนอื่นๆบำรุงรักษาทั้งภายในและภายนอก กระตุ้นการผลิตคอลลาเจนผิวขาวกระจ่างใส ผิวสุขภาพดี และช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สดชื่นแข็งแรงขึ้น
แนะนำดริปวิตามินผิวอยู่ที่ประมาณ 5 ครั้งขึ้นไป ห่างกันสัปดาห์ละครั้ง โดยขึ้นอยู่กับร่างกาย และ สภาพผิวของแต่ละท่านด้วย เพราะในร่างกายคนเรามีความแตกต่างกัน เลยส่งผลต่อการดูดซึมที่แตกต่างกันด้วย

โปรโมรชั่นประจำเดือน



ดริปวิตามินผิวกี่ครั้งเห็นผล?
แนะนำดริปวิตามินผิวอยู่ที่ประมาณ 5 ครั้งขึ้นไป ห่างกันสัปดาห์ละครั้ง โดยขึ้นอยู่กับร่างกาย และ สภาพผิวของแต่ละท่านด้วย เพราะในร่างกายคนเรามีความแตกต่างกัน เลยส่งผลต่อการดูดซึมที่แตกต่างกันด้วย

เมโสแฟต (Fat Bomb) คือ ฉีดการสลายไขมัน และกระชับสัดส่วนเฉพาะจุดโดยไม่ผ่านการผ่าตัด ทำหน้าที่สลายไขมันส่วนเกินไม่ว่าจะเป็นบริเวณ แก้ม เหนียง แขน ขา หรือ หน้าท้อง โดยตัวยาจะเข้าไปกระตุ้นให้เซลล์ไขมันให้แตกตัวเป็นโมเลกุลเล็ก และถูกขับออกทางเหงื่อหรือปัสสาวะ ทำให้บริเวณที่ฉีดมีขนาดที่ลดลง และกระชับเข้ารูปมากขึ้น

เมโสแฟต (FAT BOMB) ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง
บริเวณที่นิยมฉีดแฟต (FAT BOMB) คือ แฟตแก้ม แฟตเหนียง แฟตขา แฟตแขน และแฟตหน้าท้อง เรียกได้ว่าเมโสแฟต สามารถฉีดสลายไขมันได้ทุกบริเวณ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำจากแพทย์ และยี่ห้อของเมโสแฟตที่นำในการรักษา

ฉีดแฟต สลายไขมัน ยี่ห้อไหนดี

เนื่องด้วยปัจจุบันยี่ห้อเมโสแฟต ถูกผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่จะได้อย.เครื่องสำอาง ซึ่งทางไอริคลินิกได้คัดเมโสแฟต 2 ยี่ห้อที่ได้ขึ้นทะเบียนยาแพทย์ซึ่งได้การรับรองจากแพทย์ภาครัฐว่า ปลอดภัย แล้วสามารถช่วยในการรักษาสลายไขมันได้ ซึ้งจะแตกต่างจากเมโสแฟตทั่วไป
Lipo V Fat คือ เมโสแฟตยี่ห้อนิยมจากประเทศเกาหลี และได้อย.ไทย ที่ขึ้นเป็นทะเบียนยาแพทย์ ผ่านการรับรองจากแพทย์ภาครัฐ แตกต่างจากเมโสแฟตทั่วไป และมีจุดเด่นคือการช่วยสลายไขมันและเซลล์ลูไลท์ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการยกกระชับผิวได้ดีอีกด้วย นิยมใช้ในบริเวณ สลายไขมันแก้ม และ เหนียง
Neobella Fat คือ นวัตกรรมสลายไขมันอีกหนึ่งยี่ห้อที่มาจากประเทศเกาหลี มีจุดเด่นตรงที่มีการใช้ Deoxycholic Acid (DCA) ซึ่งเป็นตัวยาสลายไขมันที่ได้รับการรับรองจาก US FDA มาส่วนผสมหลัก ทำให้สามารถออกฤทธิ์เข้าสลายเซลล์ไขมันโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการดึงไขมันออกจากเซลล์เหมือนตัวยาอื่นๆ จึงเหมาะสำหรับบริเวณที่มีการสะสมของไขมันจำนวนมาก




ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น!

จะเริ่มเห็นผลภายใน 7-10 วัน หากมวลไขมันเยอะ จะต้องใช้ตัวยาที่ค่อนข้างเยอะ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้บริการ

การเตรียมตัวและข้อระวังก่อนฉีดเมโสแฟต (FAT BOMB)
1. งดฉีดในกลุ่มคนไข้ที่อายุน้อยกว่า 18 ปี คนไข้ตั้งครรภ์ให้นมบุตร
2. งดฉีดในผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่น เบาหวาน, มะเร็ง
3. ผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด
4. งดทานยาในกลุ่มแอสไพริน NSAIDs และ Dipyridamol เป็นเวลา 48 ชั่วโมงก่อนฉีด
5. งดทานวิตามินอย่างน้อย 3 วันก่อนทำหัตถการ
6. งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำหัตถการอย่างน้อย 1 วัน

การปฏิบัติตนหลังฉีดเมโสแฟต (FAT BOMB)
1. เลือกทานอาหารที่ให้ปริมาณพลังงานต่อวันเพียงพอ และไม่มากจนเกินความจำเป็น
2. งดทานน้ำตาล หรือแป้งที่เกินความจำเป็นต่อพลังงานในแต่ละวัน
3. หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายสามารถสลายไขมันได้เร็วขึ้น
4. ดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ไวขึ้น
เมโสหน้าใส (GLOW SKIN)

เมโสหน้าใส (GLOW SKIN) คือ การฉีดสารสกัดจากวิตามินสำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกายรวมถึงสารบำรุงสำคัญต่อผิวลงไปยังผิวหนังชั้นกลางของผิวหน้า เพื่อเสริมปริมาณวิตามินที่มีส่วนช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวและการฟื้นฟู ซ่อมแซมความเสียหายของผิวจากสิ่งสกปรก มลภาวะ สารระคายเคืองต่างๆ ให้มีประสิทธิผลมากขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้ผิวสุขภาพดีและแข็งแรง มีผิวสัมผัสและเนื้อผิวที่ดีขึ้น

หลังฉีดเมโสหน้าใส นานแค่ไหนจึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์? แล้วอยู่ได้นานแค่ไหน?
หลังจากฉีดเมโสหน้าใสไปแล้วประมาณ 1-2 สัปดาห์ ผู้เข้ารับบริการจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าที่เริ่มสุขภาพดีขึ้น ผ่านผิวสัมผัสที่นุ่มและชุ่มชื้น มีสีผิวอมชมพูกระจ่างใสกว่าผิวก่อนที่จะรับบริการ โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 1-2 เดือน หากผู้เข้ารับบริการต้องการคงผิวที่ดูสุขภาพดีเอาไว้เรื่อยๆ ควรวางแผนการฉีดเมโสหน้าใสทุกๆ 2-4 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนาน

ใครไม่เหมาะกับหรือมีจำกัดที่ไม่สามารถฉีดเมโสหน้าใส?
ผู้ที่มีเงื่อนไขด้านสุขภาพซึ่งอาจต้องเลื่อนนัดรับบริการฉีดเมโสหน้าใสออกไปก่อน หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการ ได้แก่
1. หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
2. ผู้ที่กำลังมีปัญหาผิวหนังอักเสบ ผิวหนังติดเชื้อ หรือเป็นสิวอักเสบรุนแรง ควรรักษาให้หายก่อนรับบริการ
3. ผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนเลือด การแข็งตัวของเลือด รวมถึงมีภาวะความดันโลหิตที่ไม่ปกติ
4. ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ
5. ผู้ที่เคยมีอาการแพ้สารวิตามินหรือสารบำรุงที่ใช้ในการเสริมความงาม
นอกจากนี้ผู้ที่ไม่มีเวลามาฉีดเมโสหน้าใสอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 2-4 สัปดาห์ ก็อาจไม่เหมาะกับบริการนี้เช่นกัน เนื่องจากการไม่สามารถมาฉีดผิวได้อย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ไม่เห็นผลลัพธ์ของการรักษาที่ชัดเจนมากพอ

ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น!



ฉีดเมโสหน้าใสยี่ห้อไหนดี ?

แต่ละยี่ห้อของเมโสหน้าใส มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ควรเลือกยี่ห้อที่เหมาะกับปัญหาผิวของเรา หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง ในทั้งนี้ ไอริ คลินิก ได้คัดยี่ห้อเมโสหน้าใสมา 2 ยี่ห้อแนะนำ ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะกับผิวคนไทย รวมถึงบริษัทที่เป็นผู้ผลิตจะต้องมีคุณภาพอย่างครบถ้วน โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และผลลัพธ์เป็นหลัก

Glutanex Glow
Glutanex Glowเป็นตัวยาจากประเทศเกาหลีที่มีส่วนผสมของกลูต้าไธโอนบริสุทธิ์ และวิตามินมากกว่า 20 ชนิด ช่วยบำรุงผิวใส ลดริ้วรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแดงสิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มน้ำ กระชับรูขุมขน และยังสามารถฉีด Glutanex Glow ใต้ตาเพื่อฟื้นฟูใต้ตาคล้ำให้กลับมาสดใส ผ่านกับรับร้องจาก อย.เกาหลี และ อย.ไทย ใครที่มีปัญหาหน้าหมองคล้ำ หน้าโทรม Glutanex Glow ก็เป็นอีกตัวเลือกนึงที่เหมาะเลยทีเดียว


Chanel Skin Booster
Chanel เป็นสกินบูสเตอร์ระดับพรีเมียมจากประเทศเกาหลี ที่จะช่วยเพิ่มความฉ่ำวาว โกลว์ใสให้กับผิวหน้าได้อย่างรวดเร็ว เหมาะมาก ๆ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งเสีย หยาบกร้าน โดย Chanel จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว เติมความชุ่มชื้น คืนความยืดหยุ่นให้ผิวจากภายใน ทำให้ผิวดูเต่งตึง ริ้วรอยลดเลือนลง และปรับสีผิวให้กระจ่างใสมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์กับคนที่ต้องการงานฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน

การเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสหน้าใส (GLOW SKIN)
เนื่องจากการฉีดเมโสหน้าใส (GLOW SKIN) มีส่วนประกอบของวิตามิน จะต้องแจ้งประวัติด้านสุขภาพ ประวัติการแพ้ยา สารเคมี หรือสารบำรุง สารวิตามินต่างๆ ให้กับแพทย์ได้ทราบอย่างครบถ้วน รวมถึงแจ้งปัญหาผิวของเราที่อยากให้การฉีดเมโสหน้าใสช่วยฟื้นฟูทั้งหมด เพื่อเลือกยี่ห้อเมโสหน้าใส ได้อย่างตรงจุด

ข้อปฏิบัติตนหลังฉีดเมโสหน้าใส
1. หลีกเลี่ยงการใช้มือและนิ้วกดใบหน้า
2. งดทาครีมบริเวณรอยเข็ม 1 คืน
3. พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้มาก ๆ
4. งดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
5. หลีกเลี่ยงการออกไปในที่แสงแดดจัดหรือมีความร้อนสูงเป็นเวลา 48 ชั่วโมง หรือหากมีความจำเป็นต้องออกแดดบ่อย ๆ ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF30 ขึ้นไป
เลเซอร์กำจัดขนถาวร ที่ไหนดี?
ก็ต้องเลเซอร์กำจัดขนถาวรที่ไอริ คลินิกสิคะ ปัญหาของขน เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ใครหลายๆคนไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็อยากกำจัดขนออกไป ใครที่ยังกำจัดขนด้วยวิธีถอน โกน หรือแว็กซ์อยู่นั้น นอกจากต้องเสียเวลาทำเองแล้ว ยังทำให้รู้สึกเจ็บทำร้ายผิวหนัง และกำจัดขนได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะขนก็จะกลับขึ้นมากวนใจใหม่อย่างรวดเร็ว จะดีกว่าไหม ถ้าสามารถกำจัดขนได้อย่างถาวร การเลเซอร์ ตอบโจทย์ความต้องการนี้แน่นอน ซึ่งเป็นวิธีที่หลายคนเลือกใช้และสนใจ สามารถกำจัดขนได้ทั้งร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ขนแขน ขนขา รักแร้ หนวด เครา หรือจุดซ่อนเร้น นอกจากช่วยลดการขึ้นของขนในระยะยาวได้แล้ว ยังไม่ทำร้ายผิวอีกด้วย โดยเลเซอร์แต่ละชนิดก็มีประสิทธิภาพที่แตกต่างกันออกไป

เลเซอร์กำจัดขนถาวร กับ Diode Laser ดีอย่างไร

Diode Laser ดีกว่าเลเซอร์อื่นตรงที่สามารถลงลึกถึงชั้นผิวได้ลึกกว่าเลเซอร์แบบอื่นๆ โดยมีพลังงานเลเซอร์ถึง 3 ระดับ คือ 755 , 808 และ 1064 นาโนเมตร ซึ่งสามารถทำลายเม็ดสีเมลานินลงลึกถึงเส้นขนและรากขนได้จริง และยังสามารถดูดซับเซลล์เม็ดเลือดแดง เพื่อทำลายเส้นเลือดฝอยซึ่งเป็นตัวหล่อเลี้ยงรากขนได้อีกด้วย ทำให้ขนขึ้นน้อยลงและค่อยๆ หายไปได้เร็วกว่าเลเซอร์แบบอื่น เช่น IPL และยังมีจุดเด่นที่สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็น ผิวแห้ง ผิวบอบบาง และผิวคล้ำ ความพิเศษของ Diode Laser ยังสามารถกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว ช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนและขาวมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดขนคุดและกระชับรูขุมขนได้อีกด้วย
ทั้งนี้ทั้งนั้น เครื่อง Diode Laser มีหลายเกรดมากในท้องตลาด ควรเลือก Diode laser กำจัดขนถาวรที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองทั้ง อย.ไทย และ อย.ต่างประเทศ ซึ่งไอริคลินิกได้นำเข้าเครื่องและหัว Diode laser จากอเมริกา ที่ผ่านการรับรองจาก FDA ไว้บริการลูกค้าทุกท่านที่ไอริคลินิกแล้ว

เลเซอร์กำจัดขนบริเวณไหนได้บ้าง

เลเซอร์กำจัดขนสามารถทำได้ทุกบริเวณ ซึ่งไอริคลินิก ให้บริการเลเซอร์กำจัดขนทุกบริเวณทั่วร่างกาย และ ใบหน้า แต่บริเวณที่นิยมเลเซอร์กำจัดขน ได้แก่
1. เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ แก้ปัญหารักแร้ดำ ขนคุด มีตุ่มหนังไก่ รักแร้เรียบเนียนมากยิ่งขึ้น
2. เลเซอร์กำจัดขนขา แก้ปัญหาขนดก ขนขาเยอะ ช่วยให้ผิวบริเวณขาเรียบเนียนขึ้น
3. เลเซอร์กำจัดขนแขน แก้ปัญหาขนแขนเยอะ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและสว่างมากขึ้น
4. เลเซอร์กำจัดขนใบหน้า กำจัดไรผมบนให้หน้า ช่วยให้ใบหน้าดูสว่างกระจ่างใสขึ้น ลดการอุดตันของรูขุมขน
5. เลเซอร์กำจัดหนวด กำจัดเครา แก้ปัญหาขนขึ้นเป็นตอๆ ลดความแข็งของเส้นขน ช่วยให้คำความสะอาดใบหน้าได้ง่านขึ้น ลดการเกิดสิว
6. เลเซอร์กำจัดขนน้องสาว หรือ น้องชาย เป็นการกำจัดขนจุดซ่อนเร้น ช่วยลดความอับชื้น อาการคัน ทำความสะอาดได้ง่าย โดยการเลเซอร์กำจัดขนจุดซ่อนเร้น จะแบ่งบริเวณตามนี


ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น!

สำหรับโปรบุฟเฟ่ต์กำจัดขนตัว เนื่องจากเราตัดต้นทุนประกันเครื่องไป จึงสามารถจัดโปรโมชั่นราคาดีๆให้กับลูกค้าทุกท่านได้ จึงขอความกรุณาจำกัดบริเวณในการใช้บริการ 1 วัน ต่อ 3 บริเวณ เพื่อไม่ให้เครื่องทำงานหนักจนเกินไป หากลูกค้าท่านใดประสงค์ทำทีเดียวทั้งตัวเลย ใน 1 วัน สามารถเลือกโปรบุฟเฟ่ต์ 6 เดือน ราคา 9,990 บาท หรือ โปรบุฟเฟ่ต์ 1 ปี ราคา 16,990 บาท

โปรกำจัดขนรักแร้+ทรีตเมนต์
เป็นโปรแกรมกำจัดขนแบบ 2 Step เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ และ ทรีตเมนต์แร้แร้ขาวใส รู้กสึกได้ตั้งแต่ครั้งแรก




เลเซอร์กำจัดขนกี่ครั้งเห็นผล
ต้องเลเซอร์กี่ครั้งขึ้นอยู่กับความเข้มและความหนาของเส้นขน โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 6 ครั้งขึ้นไป




การเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์กำจัขน
ก่อนมาทำเลเซอร์กำจัดขน ไม่ควรถอนขนหรือแว็กซ์ขนมาก่อน เพราะเป็นการทำลายรากขนที่เราต้องการทำลายด้วยการยิงเลเซอร์ โดยจะแนะนำเป็นการโกนขนเท่านั้น เพราะจะยังเหลือรากขน และจะช่วยให้แสงเลเซอร์ที่ยิงเข้าไปจับกับรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และงดครีมก่อนมาเลเซอร์กำจัดขน เพราะอาจทำให้ก่อเกิดการระคายเคืองได้

ข้อควรปฏิบัติตนหลังเลเซอร์กำจัดขน
1. งดใช้ครีม และโลออน ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ ใช้ครีมสูตรอ่อนโยนกลุ่ม Moisturizer ได้
2. งดกิจกรรมที่ใช้ความร้อน เช่น อาบน้ำร้อน อบเซาวน่า
3. หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ให้ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
4. งดใช้ผลิตภัณฑ์น้ำหอม อย่างต่ำ 7 วัน
5. ควรเลเซอร์ห่างกัน 1 เดือน เพื่อป้องกันการอักเสบของผิวหนัง ขนจะเริ่มร่วงในระยะเวลา 14 วัน