สวัสดีค่ะมิรินนะคะ ช่วงนี้มิรินมีปัญหาเรื่องผิวเป็นสิว และหน้าหมองคล้ำเอาตรงๆช่วงนี้ไม่มีเวลาดูแลผิวหน้าเลยค่ะ ครั้งนี้ก็เลยจะมาลองทำทรีตเมนท์ที่ Airi Clinic กับโปรแกรม Crystal Wink ทรีตเมนต์กู้ผิวหน้า มาดูกันค่ะว่าจะมีขั้นตอนอะไรกันบ้าง

อยากกระซิบบอกว่าโปรแกรมทรีตเมนท์ Crystal Wink ที่มีรินมาลองทำมีมากถึง 10 ขั้นตอนเลยล่ะ ซึ่งโปรแกรมนี้จะช่วยทั้งบำรุงผิวหน้าและลดปัญหาของสิวไปในตัว
Crystal Wink คือโปรแกรมปรับผิวสว่างใส ให้ผิวดุสุขภาพดี เรียบเนียน ไร้สิว และช่วยลดรอยต่างๆที่เกิดจากสิวอีกด้วยซึ่งจะมีขั้นตอนทั้งหมดดังนี้ค่ะ

ขั้นตอนแรกเป็นขั้นตอนการ คลื่นหน้า นะคะคลีนชิงที่ใช้เป็นคลื่นซึ่งน้ำนมที่มีความอ่อนโยนต่อผิวหน้าและยังให้กลิ่นหอมอีกด้วย

ขั้นตอนที่ 2 นะคะเป็นการ สครับผิว ที่ช่วยลดการสะสมเซลล์ผิวที่เสียและไขมันส่วนเกินนั่นเอง ระหว่างทำจะรู้สึกถึงความสั่นของหัวสครับที่กระทบลงผิวหน้า ไม่มีความรู้สึกถึงความเจ็บใดๆเลย

ขั้นตอนที่ 3 เป็นการ กดสิวอุดตัน ค่ะบอกเลยว่าพนักงานที่นี่เค้าเป็นงานมากกดสิวอุดตันหลุดออกทุกเม็ด แถมยังมือเบามากด้วย ซึ่งสิวอุดตันของมีรินที่มีอยู่ก็เยอะพอสมควรเลยค่ะ

และขั้นตอนที่ 4 ขั้นตอนนี้เป็นการ ดูดสิวเสี้ยน เป็นการดูดสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขนพี่พนักงานเขาจะเก็บทั่วหน้า ยอมรับเลยว่าขั้นตอนการดูดสิวเสี้ยนด้วยเครื่องนี่มันมาก ว่าแต่เห็นหน้าแดงๆแบบนี้ คือไม่เจ็บนะคะ

ขั้นตอนที่ 5 คือพ่นน้ำแร่สูตรอ่อนโยนต่อผิวค่ะ ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและช่วยลดการละคายเคืองต่อผิว ทำให้ผิวหน้ารู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นมากขึ้น

และขั้นตอนที่ 6 จะเป็นการ ผลักวิตามินผิว สูตร ลดสิว เป็นสูตรอ่อนโยนที่เหมาะกับทุกสภาพผิวแม้แต่ผิวแพ้ง่าย ขั้นตอนนี้จะมีความรู้สึกถึงพลังคลื่นบางอย่างกระทบกับผิวหน้าเบาๆ ตัวหัวจะมีความอุ่นเล็กน้อยที่เป็นตัวช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและผลักวิตามินสู่ชั้นผิวค่ะ

ในส่วนขั้นตอนที่ 7 เป็นการผลักวิตามินเช่นเดียวกันค่ะ แต่ว่าขั้นตอนนี้จะเป็นการผลักวิตามิน สูตร ขาว กระจ่างใส ที่มีส่วนผสมของวิตามินชี ช่วยลดได้ทั้งรอยดำ รอยแดง และรอยสิว โดยหัวนี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากหัวที่แล้วค่ะจะไม่อุ่นเหมือนหัวก่อนหน้า ซึ่งหัวนี้จะช่วยให้วิตามินแตกตัวและซึมเข้าผิวได้อย่างล้ำลึกนั่นเอง

และขั้นตอนที่ 8 การ กระชับรูขุมขน ขั้นตอนนี้ตัวหัวจะมีขนาดใหญ่กว่าหัวอื่นๆค่ะ จะให้ความรู้สึกที่เย็นซึ่งความเย็นนี้จะไปช่วยกระชับผิวและรูขุมขน บอกเลยว่าขั้นตอนนี้คือสดชื่นและสบายผิวหน้ามากๆ

ขั้นตอนที่ 9 เป็นการฉายแสง Bio-Light ที่จะช่วยฆ่าเชื้อและลดการอักเสบของผิว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยลดรอยดำ รอยแดงต่างๆ ขั้นตอนนี้มิรินบอกตรงๆเลยค่ะว่าหลับ

และขั้นตอนสุดท้าย เป็นการบำรุงสกินแคร์สูตรอ่อนโยนเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า รู้สึกได้เลยค่ะว่าหน้านุ่มขึ้นมาก
ซึ่งหลังทำเสร็จทันที่มิรินรู้สึกได้ว่าผิวหน้าสะอาดเหมือนสิ่งสกปรกทั้งหลายที่เกาะอยู่หลุดออกไปหมดโดยรวมแล้วการทำโปรแกรม Crystal Wink ถือว่าตอบโจทย์กับปัญหาผิวที่มิรินมากค่ะ

หลังทำโปรแกรม Crystal Wink 1 วัน มิรินรู้สึกเลยว่ารูขุมขนกระชับขึ้น หน้าดูสดใสมาก และด้วยความที่ทำผ่านเครื่องทรีตเมนท์จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวจะทำให้ผิวหน้าค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ

หลังทำโปรแกรม Crystal Wink 3 วัน ไม่ใช่แค่ขุมขนกระชับ รอยดำ รอยแดงต่างๆแลดูจางลง เวลาแต่งหน้ามิรินรู้สึกได้เลยค่ะว่าเครื่องสำอางค์ติดทนไม่ตกร่องเหมือนกับแต่ก่อน
เพื่อผลลัพท์ที่ดีและยาวนานมิรินแนะนำให้ทำทรีตเมนท์ 1 ครั้ง/สัปดาห์ ติดต่อกัน 1 เดือน หลังจากนั้นให้ทำ 2 สัปดาห์/1ครั้ง หรือเดือนละครั้งแล้วแต่ปัญหาของแต่ละบุคละบุคคลเลยค่ะ

สำหรับใครที่สนใจอยากกอบกู้ดูแลผิวหน้า ช่วงนอนดึก หรือมีปัญหาผิวหน้าแบบเดียวกับมิรินลองเปิดใจทำโปรแกรม Crystal Wink ที่ ไอริ คลินิก ดูค่ะรับลองว่าพนักงานที่นี่ให้คำปรึกษาดีมากและที่สำคัญผลลัพธ์คือเริ่ด!!
ปัญหากวนใจที่ใครหลายคนพบเจอคือรอย แผลเป็น ใช่ไหมคะ? รีวิวครั้งนี้เราจะพาไปดูว่าการรักษา รอยแผลเป็น ด้วยเลเซอร์ทำให้รอยเหล่านั้นจางลงจริงไหม

รูปภาพก่อนทำ เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น
อย่างเคสนี้มีปัญหา รอยแผลเป็น บริเวณต้นแขนสาเหตุมาจากโดนเตารีดดาด ซึ่งจะเห็นได้ว่าตัวแผลเป็นมีรอยดำคล้ำที่ค่อนข้างชัดเจน

รูปภาพตัวเครื่องเลเซอร์สำหรับ เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น
โดยการรักษาทาง ไอริ คลินิก จะใช้เครื่อง SCANXEL LASER เป็นเครื่องที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในวงการเลเซอร์ ผ่านการรับรองมารตรฐานความปลอดภัยจาก ประเทศเกาหลี และ ประเทศไทย สามารถรักษาได้ทั้งรอย แผลเป็น รอยแตกลายต่างๆ รอยดำรอยแดงจากสิว และกระชับรูขุมขน ซึ่งหัวเลเซอร์จะแยกกันระหว่าง สำหรับตัว และ สำหรับผิวหน้า

รูปภาพหลังทำ เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น เสร็จทันที
การรักษาจะเป็นการยิงแบบตกสะเก็ด ซึ่งรอยสะเก็ดสีขาวเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนปรับสมดุลผิวที่เสียหายและสร้างผิวใหม่ให้กลับมาดีขึ้น เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนประมาณ 6-8 ครั้ง ควรเว้นระยะห่างการทำ 1 เดือน / ครั้ง ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคลรวมไปถึงการดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์ด้วย

รูปภาพหลังทำ เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น 4 ครั้ง
จากด้านบน เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น ไป 4 ครั้ง เห็นความแตกต่างได้ว่ารอย แผลเป็น จางลงจากครั้งแรก ซึ่งการดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์นั้นสำคัญมาก โดยจะมีขั้นตอนดังนี้ 1.หลังเลเซอร์งดโดนน้ำ 24 ชั่วโมง 2.วันที่ 2-3 อาบน้ำด้วยน้ำเปล่างดถูสบู่บริเวณที่เลเซอร์ 3.ใช้ชีวิตได้ตามปกติ ใช้ครีมเพิ่มความชุ่มชื้นได้ งดผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ 3 สัปดาห์ 4.ห้ามแกะเกาบริเวณที่เลเซอร์เด็ดขาด

รูปภาพหลังทำ เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น 7 ครั้ง
หลังจาก เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น 7 ครั้ง มีความความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด ตัวแผลเป็น และ รอยดำคล้ำ จางลง ซึ่งการทำ เลเซอร์ลบรอย แผลเป็น จะต้องใช้ระยะเวลาและควรเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ดีในอนาคต

รูปภาพเปรียบเทียบ เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น (ก่อนทำ กับ หลังทำ 7 ครั้ง)
การฉีดรักษา แผลเป็นคีลอยด์ เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาแผลเป็นนูน ซึ่ง แผลเป็นคีลอยด์ นั้นจริงๆแล้วไม่ได้เป็นอันตรายต่อตัวเราแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ในบางรายอาจเกิดอาการคันและเจ็บตามบริเวณตัวแผลได้

แผลเป็นคีลอยด์
แผลเป็นคีลอยด์ เกิดจากการซ่อมแซมผิวหนังที่ผิดปกติโดยที่ร่างการเกิดการผลิต (คอลลาเจน Collagen) และ (ไฟโบรบลาสต์ Fibroblast) ที่มากเกินไปทำให้แผลเป็นนูนขึ้นและใหญ่เกินขอบแผลขึ้นมา ทำให้บริเวณนั้นดูไม่เรียบเนียนและสิ่งเหล่านี้อาจทำให้บางคนไม่มั่นใจในตัวเอง

แผลเป็นคีลอยด์
การฉีดสารต้านการอักเสบในกลุ่ม (สเตียรอยด์ Steroid) สามารถช่วยให้ตัว แผลเป็นคีลอยด์ นิ่มลงได้ซึ่งการฉีดสารเหล่านี้เป็นวิธีการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน อย่างเคสนี้หลังฉีดไป 1 เข็ม ตัวแผลคีลอยด์ที่แข็งนั้นยุบลงและเรียบไปกับผิวมากขึ้น

แผลเป็นคีลอยด์
จำนวนครั้งในการรักษา แผลเป็นคีลอยด์ ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคน ซึ่งการฉีดจะต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนว่าควรฉีดกี่เข็ม โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 2-5 เข็ม ระยะเวลาห่างกัน 4-6 สัปดาห์ / ครั้ง ในบางรายร่างกายตอบสนองตัวยาดีอาจจะใช้แค่ 1-2 เข็ม หลังจากนั้นก็ไม่จำเป็นต้องฉีดต่อแล้ว

แผลเป็นคีลอยด์
อย่างเคสนี้ฉีดคีลอยด์ 3 เข็ม จะเห็นได้ว่าแผลคีลอยด์ยุบลงอย่างชัดเจน สำหรับคนที่ต้องการรักษา แผลเป็นคีลอยด์ ควรศึกษาหาข้อมูลให้ดีและคลินิกที่เชื่อถือได้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง
วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูวิธีการรักษา แผลเป็นคีลอยด์ กันนะคะ หลายคนคงสงสัยกันใช่ไหมว่า แผลเป็นคีลอยด์ เกิดจากอะไร แผลเป็นคีลอยด์ เกิดจากแผลที่สร้างการซ่อมแซมมากขึ้นค่ะ มีการสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนที่มากจนเกินไปจึงทำให้ไม่สมดุลและเกิดเป็นแผลนูนนั่นเอง

แผลเป็นคีลอยด์
ตัวคีลอยด์จริงๆแล้วไม่ได้เป็นอันตรายใดใดเลย การรรักษาสามารถฉีดตัวสารต้านการอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นการรักษามาตรฐานของแพทย์ปัจจุบัน วิธีการรักษาจะฉีดเข้าตัว แผลเป็นคีลอยด์ โดยตรง ซึ่งสารกลุ่มนี้จะทำให้ตัวคีลอยด์นุ่มขึ้นและยุบลง

แผลเป็นคีลอยด์
การรักษา แผลเป็นคีลอยด์ จะอยู่ที่ 2-5 ครั้ง ระยะเวลาห่างกัน 4-6 สัปดาห์ ทั้งนี้จำนวนครั้งจะขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคลด้วยนะคะ

แผลเป็นคีลอยด์
อย่างเคสนี้ฉีดคีลอยด์ 3 เข็ม เห็นได้ว่าแผลคีลอยด์มีความนุ่มขึ้นและยุบลง ซึ่งการตอบสนองหลังจากฉีดคีลอยด์นั้นขึ้นอยู่กับสุขภาพและร่างกายของแต่ละคนด้วยโดยส่วนใหญ่จะตอบสนองได้ดีเลยค่ะ

แผลเป็นคีลอยด์
สำหรับใครที่สนใจรักษา แผลเป็นคีลอยด์ ควรปรึกษากับคุณหมอกับทางคลินิกก่อนนะคะอย่างที่บอกไปปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกันจำนวนครั้งในการรักษาอาจจะแตกต่างกันไป
การรักษาแผลเป็นนูน หรือ แผลเป็นคีลอยด์ มีด้วยกันหลายวิธีไม่ว่าจะเป็น แผ่นแปะลดคีลอยด์ เลเซอร์ตัดคีลอยด์ และ ฉีดสลายคีลอยด์ ซึ่งวิธีเหล่านี้เป็นการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ในครั้งนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องการฉีดสลายคีลอยด์กัน

แผลเป็นคีลอยด์
ฉีดสลายด์คีลอยด์จะเป็นการฉีดสารต้านการอักเสบเข้าไปในตัวแผลโดยตรงคือสารกลุ่มสเตียรอยด์ ที่ช่วยทำให้ตัวแผลนิ่มขึ้นและค่อยๆยุบลง โดยเคสตัวอย่างนี้ฉีดสลาย แผลเป็นคีลอยด์ ทั้งหมด 4 เข็ม

แผลเป็นคีลอยด์
หลังจากฉีดสลาย แผลเป็นคีลอยด์ ไป 2 เข็ม เห็นได้ว่าขนาดแผลที่เกินขอบเขตออกมาดูเรียบไปกับผิวมากขึ้น ซึ่งการรักษาด้วยวิธีการฉีดสลาย แผลเป็นคีลอยด์ จะอยู่ที่ 2-5 ครั้ง และควรทำห่างกัน 1 เดือน แล้วแต่ขนาดตัวแผลและการตอบสนองตัวยาของแต่ละคน

แผลเป็นคีลอยด์
หลังจากฉีดสลาย แผลเป็นคีลอยด์ ไป 4 เข็ม ตัวแผลมีความเรียบไปกับผิวอย่างชัดเจน ซึ่งตัวคีลอยด์ที่ยุบแล้วเราไม่จำเป็นต้องฉีดสลายต่อ สำหรับคนที่กังวลเรื่องรอยแผลเป็นสามารถทำเลเซอร์เพื่อให้ตัวแผลจางลงกว่าเดิมได้

แผลเป็นคีลอยด์