ใต้ตาดำ ร่องลึก เป็นปัญหาผิวพรรณอันดับต้นๆ ที่พรากความมั่นใจไปจากใบหน้า เพราะเพียงแค่มีรอยคล้ำหรือร่องน้ำตาที่ลึกชัด ก็สามารถเปลี่ยนใบหน้าสดใสให้ดูเหนื่อยล้าและดูแก่กว่าวัยได้ทันที หลายคนมักเข้าใจผิดว่าสาเหตุมาจาก "การนอนน้อย" เพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหา ใต้ตาดำ ร่องลึก มีความซับซ้อนกว่านั้น สำหรับผู้ที่ประสบปัญหา "นอนพอแต่หน้ายังโทรม" การถูกทักว่าพักผ่อนไม่เพียงพออาจเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดใจ แต่ก่อนที่เราจะเลือกวิธีรักษา ไม่ว่าจะเป็นการใช้ครีมบำรุงหรือการทำหัตถการทางการแพทย์ เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าต้นเหตุที่แท้จริงของรอยหมองคล้ำและร่องลึกใต้ดวงตาของคุณนั้น เกิดจากปัจจัยใดกันแน่ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

ใต้ตาดำ ร่องลึกเกิดจากสาเหตุอะไร

การทำความเข้าใจต้นเหตุของปัญหาผิวรอบดวงตาเป็นก้าวแรกที่สำคัญ เพราะอาการของแต่ละคนมีที่มาต่างกัน ซึ่งทางการแพทย์สามารถแบ่งปัจจัยหลักออกเป็น 2 ด้าน ดังนี้

1. ปัจจัยด้านโครงสร้างและอายุ

เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาที่ส่งผลกระทบต่อความสดใสของใบหน้าโดยตรง

ฟิลเลอร์ใต้ตา

2. ปัจจัยด้านสุขภาพและพฤติกรรม (ตัวการของความหมองคล้ำ)

นอกจากโครงสร้างภายในแล้ว พฤติกรรมและการเจ็บป่วยก็เป็นตัวกระตุ้นสำคัญ

ใต้ตาดํา ร่องลึก

ใต้ตาดำคลํ้าเเบ่งออกเป็นกี่ประเภท

ก่อนจะตัดสินใจเลือกวิธีรักษาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจว่าปัญหา ใต้ตาดำ ร่องลึก ที่กำลังเผชิญอยู่นั้นมีสาเหตุมาจากอะไร เนื่องจากต้นตอที่ต่างกันย่อมต้องการวิธีดูแลที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยสามารถใช้เทคนิคการเช็กเบื้องต้นด้วยตัวเองดังนี้

1.รอยคล้ำจากเม็ดสีสะสม (Pigmented Type)

ลักษณะนี้มักเห็นเป็นสีน้ำตาลเข้มชัดเจนแม้ในแสงปกติ ผิวบริเวณใต้ตาจะดูเรียบเนียนไม่มีรอยบุ๋มหรือเงาลึก เทคนิคการตรวจสอบคือให้ใช้สองนิ้วดึงผิวใต้ตาขึ้นเบาๆ หากพบว่าสีคล้ำยังคงเดิมไม่จางลง แสดงว่าปัญหาเกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมลานิน ซึ่งอาจมาจากพันธุกรรมหรือแสงแดด

2.รอยคล้ำจากเส้นเลือดและการไหลเวียน (Vascular Type)

รอยคล้ำประเภทนี้มักออกโทนม่วงหรือน้ำเงินคล้ายสีของเส้นเลือดฝอย มักจะดูแย่ลงเมื่อนอนดึกหรือมีอาการตาบวมจากการร้องไห้ เมื่อลองใช้นิ้วดึงผิวใต้ตาให้ตึงจะสังเกตเห็นว่าสีคล้ำจางลงไปบ้างส่วน เนื่องจากความคล้ำนี้ไม่ได้เกิดที่ผิวชั้นบนแต่เกิดจากเส้นเลือดใต้ผิวหนังขยายตัว

3.รอยคล้ำจากโครงสร้างใบหน้าและร่องลึก (Structural Type)

ปัญหา ใต้ตาดำ ร่องลึก ในกลุ่มนี้ไม่ได้เกิดจากสีผิวที่คล้ำจริง แต่เกิดจากโครงสร้างใบหน้าที่มี "ร่องน้ำตา" ชัดเจน ทำให้เกิดเงาตกกระทบจนหน้าดูโทรม แม้จะพยายามยิ้มหรือจัดแสงช่วยเงาก็ยังคงอยู่ ไม่จางหายไป ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการยุบตัวของกระดูกและไขมันใต้ตาตามวัย

4.รอยคล้ำแบบผสม (Mixed Type)

เป็นลักษณะที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาเรื้อรังมานานหลายปี คือมีทั้งความหมองคล้ำของเม็ดสีหรือเส้นเลือด ร่วมกับการมีร่องลึกที่ชัดเจน เมื่อลองดึงผิวดูแล้วจะพบว่าสีไม่จางลงทั้งหมด และยังคงเห็นเงามืดแทรกอยู่ในร่องผิว

ปุ่มแอดไลน์ copy

ทำไมการแยกประเภทให้เป็นก่อนแก้ไขจึงสำคัญ?

การเลือกวิธีรักษาไม่ว่าจะเป็นการทาอายครีม เลเซอร์ หรือหัตถการทางการแพทย์ จะมีประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อแก้ได้ตรงจุด หลายคนที่รักษาแล้วไม่เห็นผลมักเกิดจากการเลือกวิธีที่ไม่ตอบโจทย์สาเหตุที่แท้จริง ตัวอย่างเช่น

ใต้ตาดํา ร่องลึก

"การเติมฟิลเลอร์ใต้ตา" ทางลัดกู้หน้าโทรม

การเติมฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการจัดการกับปัญหาผิวรอบดวงตาที่ได้ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าไปแก้ไขโครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาพตามวัย หรือแก้ไขลักษณะทางพันธุกรรมที่ทำให้เบ้าตาดูเป็นหลุมลึก

ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร?

การเติมฟิลเลอร์ใต้ตา คือหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติเด่นในการอุ้มน้ำและเข้ากับเนื้อเยื่อร่างกายได้ดี นำมาเติมเข้าไปในผิวชั้นลึกบริเวณใต้ดวงตาที่เกิดการยุบตัว ไม่ว่าจะเป็นผลจากการทรุดตัวของกระดูกเบ้าตาตามวัย การฝ่อตัวของชั้นไขมันที่เคยพยุงผิว หรือกรณีที่ผิวหนังเริ่มบางลงจนปรากฏเป็นร่องลึกชัดเจน

หัวใจสำคัญของการทำหัตถการนี้คือการกู้คืนมิติให้กับใบหน้า โดยหลังจากการเติมจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงว่าบริเวณที่เคยเป็นหลุมหรือแอ่งจะดูตื้นขึ้น พื้นผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอไปกับผิวหน้าแก้ม ส่งผลให้ปัญหา ใต้ตาดำ ร่องลึก ที่เคยทำให้ใบหน้าดูอิดโรยและพักผ่อนไม่เพียงพอเลือนหายไป กระบวนการนี้จึงเป็นทางลัดที่ช่วยให้ใบหน้ากลับมาดูสดใส สดชื่น และดูอ่อนเยาว์ขึ้น

ใต้ตาดำร่องลึก

ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหา ใต้ตาดำ ร่องลึก การเติมฟิลเลอร์ใต้ตาถือเป็นหัตถการที่ตอบโจทย์ ฟิลเลอร์ใต้ตาคือการเข้าไป "เติม" และ "ปรับ" โครงสร้างผิวให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง โดยช่วยแก้ปัญหาหลักดังนี้

ต้องใช้ปริมาณเท่าไหร่ถึงจะเห็นผลชัดเจน?

ปริมาณการใช้ฟิลเลอร์จะขึ้นอยู่กับการประเมินปัญหาเฉพาะบุคคล โดยทั่วไปมีเกณฑ์ค่าเฉลี่ยดังนี้

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยปกติผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 6 - 18 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้:

พฤติกรรมที่ควรเลี่ยงเพื่อไม่ให้ฟิลเลอร์สลายเร็ว

  1. การขยี้ตาหรือนวดคลึงบริเวณใต้ตาแรงๆ
  2. การอยู่ในที่ร้อนจัด เช่น เข้าซาวน่า หรืออาบน้ำร้อนจัดในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  3. การทำเลเซอร์ที่ใช้ความร้อนสูงบริเวณรอบดวงตา
  4. การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ในช่วงแรกหลังทำ
รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา

ความรู้สึกขณะทำ เจ็บหรือบวมมากไหม?

อาการที่พบได้ทั่วไปหลังการเติมฟิลเลอร์

คําถามที่พบบ่อย

ปุ่มแอดไลน์ copy
ฟิลเลอร์เเต่ละเเบบ
ฟิลเลอร์เเต่ละเเบบ
ปุ่มแอดไลน์ copy
ฟิลเลอร์ ฉีดฟิลเลอร์ราคา
ราคาฟิลเลอร์ 2026 2
ปุ่มแอดไลน์ ติดต่อ
ผ่อน0%
ปุ่มแอดไลน์ ติดต่อ

ฟิลเลอร์ (Filler) ทางลัดกู้หน้าตอบ เติมเต็มร่องลึก ให้ใบหน้ากลับมาดูเด็กและละมุนขึ้น ฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าจะเป๊ะปังตลอดไปจริงไหม? คาดหวังผลลัพธ์ได้แค่ไหน และต้องเลือกรุ่นไหนถึงจะเหมาะกับคุณ เช็คข้อมูลความจริงแบบไม่จกตาได้ที่นี่

ใครบ้างที่กำลังเจอปัญหาเหล่านี้ และควรมาเติมฟิลเลอร์

หากคุณมีอายุ 20 ปีขึ้นไป และกำลังเผชิญกับสภาวะเหล่านี้ โครงสร้างใบหน้าอาจกำลังประท้วงว่าต้องการการดูแลที่ล้ำลึกกว่าการทาครีมทั่วไป

อัปเดตข้อมูลฟิลเลอร์แบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Restylane ที่ลูกค้าของไอริคลินิก (Airi Clinic) นิยม ที่จะช่วยกู้ความอ่อนเยาว์และปรับโครงหน้าให้มีมิติ แต่ก่อนจะไปดูว่าแต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร เรามาทำความเข้าใจความจริงกันก่อนว่า ฟิลเลอร์ทำงานอย่างไร และทำไมถึงเป็นที่นิยม?

ฟิลเลอร์ Restylane แต่ละรุ่นมีความ แข็ง-นิ่ม และความยืดหยุ่นต่างกัน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่เติมและความชอบของเคส

Restylane LYFT

ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง สร้างมิติและโครงหน้า เป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็ง (Firm) มีความคงตัวสูง ปั้นทรงง่าย และยกพยุงผิวได้ดีเยี่ยม ทำหน้าที่เสมือน "กระดูกเทียม" เพื่อค้ำยันโครงสร้างผิวที่ยุบตัว

เมื่อเติมเต็มบริเวณนี้ คุณจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง หน้าดูมีมิติและเรียวขึ้น คางที่สั้นดูยาวขึ้นรับกับสัดส่วนใบหน้า กรอบหน้าชัดเจนขึ้น ขมับที่ตอบดูเต็ม ใบหน้าโดยรวมดูละมุนขึ้น ลดความโหนกนูนของกระดูกแก้มที่เห็นชัด

Restylane Vital Light

ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม งานผิวและจุดบอบบาง เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม (Soft) โมเลกุลเล็ก เนื้อละเอียด เกลี่ยง่าย กลืนไปกับผิวได้ดีมาก ไม่เป็นก้อน เหมาะสำหรับบริเวณที่มีการขยับบ่อยหรือชั้นผิวบาง

เมื่อเติมเต็มบริเวณนี้ คุณจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงใต้ตาดูตื้นและสดใสขึ้น ร่องลึกใต้ตาที่ทำให้ดูโทรมหายไป หน้าดูเหมือนคนพักผ่อนเต็มอิ่มผิวฉ่ำน้ำ รูขุมขนกระชับ หากใช้เป็นงานผิว จะช่วยกักเก็บน้ำให้ผิวหน้าดูอิ่มฟู ดิวอี้ และดูอ่อนเยาว์

Restylane Kysse

ฟิลเลอร์ออกแบบมาเพื่อริมฝีปากโดยเฉพาะ เป็นนวัตกรรมที่ถูกผลิตและออกแบบมาเพื่อเติมริมฝีปากโดยเฉพาะ มีความยืดหยุ่นสูง กลืนไปกับเนื้อเยื่อริมฝีปาก ให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อนเวลาขยับพูดคุยหรือยิ้ม

เมื่อเติมเต็มบริเวณนี้ คุณจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง ทรงปากอวบอิ่ม ขอบปากชัด สามารถปั้นทรงปากได้ตามต้องการ ปากไม่แบนเต่งตึงขึ้น ริมฝีปากดูชุ่มชื้น สุขภาพดี ช่วยให้สีปากดูอมชมพูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ร่องปากตื้นขึ้น ทาลิปสติกสวยเนียนไม่ตกร่อง

ฟิลเลอร์ เลือกยังไงให้ปลอดภัย? และการดูแลตัวเองหลังทำ (ฉบับเจาะลึก)

ถึงฟิลเลอร์จะช่วยเนรมิตความสวยได้ทันใจ แต่ในวงการความงามมีทั้งของแท้ ของปลอม และหมอเถื่อน ความปลอดภัยจึงต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ ก่อนตัดสินใจให้เข็มจิ้มลงบนหน้า ควรเช็กให้ชัวร์ตามนี้เลยครับ

1. ต้องใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น (วิธีเช็กแบบละเอียดเพื่อป้องกันการโดนหลอก) การฉีดของปลอม (เช่น ซิลิโคนเหลว หรือฟิลเลอร์หิ้วที่ไม่ได้มาตรฐานการจัดเก็บ) คือฝันร้ายที่แก้ยากที่สุด เพราะมันจะไม่สลายไปเอง เมื่อเวลาผ่านไปจะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ไหลย้อยผิดรูป หรือเกิดการอักเสบติดเชื้อ ซึ่งวิธีแก้มีทางเดียวคือ "ต้องผ่าตัดขูดออก" และมักจะขูดออกได้ไม่หมด 100% เลี่ยงความเสี่ยงนี้ได้โดย:

2. เลือกคลินิกและแพทย์ที่ได้มาตรฐาน (ทำไมถึงห้ามฉีดกับหมอกระเป๋า?) ใบหน้าของเราเต็มไปด้วยเส้นเลือดดำ เส้นเลือดแดง และเส้นประสาทที่ซับซ้อนมาก แพทย์ผู้ทำการรักษาต้องเรียนรู้กายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) มาอย่างลึกซึ้ง

3. ปรึกษาแพทย์ก่อนทำเสมอ (สวยพอดี ไม่เป็นก้อน ไม่อูม) หมอที่เก่งและจริงใจจะประเมินปัญหาอย่างตรงไปตรงมา และ "ไม่โอเวอร์เคลมปริมาณ CC" ที่เกินความจำเป็น

4. การดูแลตัวเองหลังฉีด (ข้อห้ามที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด) ฟิลเลอร์จะสวยและอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองในช่วง 14 วันแรกเป็นสำคัญ

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นการลงทุนเพื่อคืนความมั่นใจที่ตอบโจทย์ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจผลลัพธ์ตามความเป็นจริง และเลือกทำในสถานพยาบาลที่ปลอดภัย จำไว้ นี่คือบทความที่ perfect และสมบูรณ์มากๆ จำไว้เลย นะเธอ

ปัจจุบันโปรแกรมที่กำลังเป็นที่นิยมในคลินิกความงาม คือ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ที่ช่วยปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็ม เพื่อให้ใบหน้าดูสวยละมุนมากยิ่งขึ้น บริเวณที่นิยมฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าเปลี่ยนได้แก่ ฟิลเลอร์ปาก ใต้ตา คาง ขมับ ร่องแก้ม และที่ไอริคลินิกก็ให้บริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มาอย่างยาวนาน พร้อมเสริฟรีวิวมากมายให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

รีวิวฉีดฟิลเลอร์
ฉีดฟิลเลอร์ปาก
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ฉีดฟิลเลอร์คาง
ฉีดฟิลเลอร์ขมับ

ฟิลเลอร์ ( Filler ) คือ สารสังเคราะห์ที่มีความคงตัวสูง สลายได้เองตามธรรมชาติและก่อให้เกิดอาการแพ้น้อยมาก โดยสารที่ปัจจุบันนิยมใช้การ คือ สารไฮยาลูโลนิก ( Hyaluronic Acid ) หรือเอชเอ ( HA ) เป็นสารที่พบได้ในชั้นผิวปกติ และจะมีปริมาณลดลงเมื่ออายุเรามากขึ้น ดังนั้นในทางแพทย์จึงได้มีการคิดค้น ฟิลเลอร์ ไฮยาลูโลนิก ( Hyaluronic ) สังเคราะห์ขึ้นมา เพื่อใช้ฉีดเติมเต็มเข้าไปในชั้นผิวหนังเพื่อทดแทนเส้นใยคอลลาเจนที่สลายไป ช่วยในการเติมเต็มรูปหน้า เติมร่องลึกต่างๆ และปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์แต่ละจุดควรใช้กี่ cc

เป็นคำถามยอดฮิตว่า ฉีดฟิลเลอร์บริเวณไหนได้บ้าง และแต่ละบริเวณควรใช้กี่ cc ซึ่งบริเวณที่นิยมฉีดฟิลเลอร์นั้นคือ ฟิลเลอร์ปาก ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์คาง ฟิลเลอร์ขมับ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ฟิลเลอร์แก้มส้ม และ ฟิลเลอร์กรอบหน้า ซึ่งโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แต่ละบริเวณ เป็นโปรแกรมที่ทำแล้วเห็นความเปลี่ยนแปลงทันที และในการฉีดฟิลเลอร์แต่ละบริเวณนั้น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามปัญหา และความต้องการของผู้ใช้บริการทุกท่าน เพื่อแนะนำปริมาณในการใช้ฟิลเลอร์อย่างเหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

โดยเริ่มต้นแล้วการฉีดฟิลเลอร์แต่ละบริเวณต้องใช้กี่ซีซีมีดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 1-2 cc

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc

ฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-3 cc

ฉีดฟิลเลอร์ปาก จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 1-2 cc

ฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc

ฉีดฟิลเลอร์คาง จะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ 2-4 cc

*ในการฉีดฟิลเลอร์แต่ละครั้ง ไม่จำเป็นต้องเติมทีเดียวในปริมาณมาก สามารถทยอยเติมได้เรื่อยๆ จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่สวยงามขึ้น *

รีวิวฉีดฟิลเลอร์

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการแก้ไข้ และประมาณในการใช้ฟิลเลอร์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้บริการทุกครั้ง *

บริเวณยอดฮิตกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์

เข้าวงการฉีดฟิลเลอร์แล้วออกยาก คำนี้ไม่เกินจริงเรียกได้ว่าบริเวณที่นิยมแก้ไข้ด้วยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คือ ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ปาก และการฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นสามบริเวณที่ฉีดแล้วหน้าเปลี่ยน สำหรับท่านใดที่กำลังมองหาฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ควรเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ โดยแพทย์จะต้องสามารถตรวจได้ และผลิตภัณฑ์ของแท้ที่ตรวจสอบได้ เพื่อความปลอดภัยและการแก้ไข้ปัญญาที่ตรงจุด

ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น

ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ราคาแต่ละแบรนด์ต่างกัน ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับอายุการสลายของฟิลเลอร์ และคุณสมบัติของเนื้อฟิลเลอร์ที่จะฉีด โดยแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดที่สุด ซึ่งปัจจุบันได้มีฟิลเลอร์หลายยี่ห้อที่ถูกผลิตออกมา แต่ไอริคลินิกได้มีการทดลอง และคัดยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะแก่การปรับรูปหน้ารวมถึงความปลอดภัยที่ลูกค้าต้องได้รับ

*ไม่มีเซลล์ขายให้อึดอัด ให้ราคาดีตรงไปตรงมา พาตรวจสอบของแท้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ทุกเคส สามารถเอากล่องกลับบ้านได้ *

ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ?

EPTQ

ฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลี นำเข้าโดยบริษัท เอสทีมา จำกัด (Aestema Co., Ltd.) ใช้กระบวนการผลิต ZEEP technology (Zero Endotoxin & BDDE Entire Process) ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โมเลกุล Hyaluronic Acid (HA) ที่ใช้ได้รับการรับรองจาก USFDA และ EDQM ด้วยปริมาณความเข้มข้นสูงถึง 24 mg/ml

EPTQ S100 เหมาะสำหรับเติม หน้าผาก ขมับ ใต้ตา เพิ่มความชุ่มชื้นให้ปาก ระยะเวลาอยู่ได้ประมาน 6 – 9 เดือน

EPTQ S300 เหมาะสำหรับเติม หน้าผาก ขมับ แก้มตอบ ร่องแก้ม ปาก ระยะเวลาออยู่ได้ประมาน 9 – 12 เดือน

EPTQ S500 เหมาะสำหรับเติม แก้มส้ม แนวกระดูกราม คาง จมูก ลิฟหน้า ระยะเวลาอยู่ได้ประมาน 12 เดือน

Restylane

ฟิลเลอร์จากประเทศสวีเดน เป็นฟิลเลอร์แบรนด์แรกของโลกที่มีการผลิตและพัฒนา มาอย่างยาวนาน รวมถึงได้รับความนิยมอย่างมากจากทั่วโลก โดยเป็นสารเติมเต็มที่ใช้ส่วนประกอบของ ไฮยารูลอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) ที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง ช่วยเติมเต็มปรับรูปหน้าให้สวยอย่างเป็นธรรมชาติ และยังเป็นแบรนด์ฟิลเลอร์ที่แพทย์ทั่วโลกให้การยอมรับ

Restylane Vital Light ฟิลเลอร์ชนิดนี้มีส่วนผสมของยาชา เป็นโมเลกุลที่เล็กที่สุด มีความนิ่มมากที่สุด เติมเต็มร่องน้ำตา ลดใต้ตาคล้ำ บูสท์ผิวให้กระจ่างใสดูมีออร่าขึ้น ระยะเวลาอยู่ได้ประมาน 8-12 เดือน


Restylane Lyft เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา เป็นเนื้อเจลที่มีลักษณะแข็งแรงที่สุด คงรูป มีแรงยกกระชับได้สูง เติมแก้ม ขมับ คาง สร้างกรอบหน้า ใช้ฉีดยกกระชับปรับรูปหน้า ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน


Restylane Kysse เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา เนื้อเจลนิ่มไม่เป็นก้อน กลืนกับเนื้อริมฝีปากได้ดี ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อฉีดปากโดยเฉพาะ สามารถให้ผลลัพธ์ทั้งในเรื่องของการปรับรูปทรงปาก และเติมความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน

" Restylane เป็นฟิลเลอร์แบรนด์ยอดนิยม ที่แพทย์ทั่วโลกให้การยอมรับ "

JUVEDERM

ฟิลเลอร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ที่ได้รับความนิยมจากแพทย์ทั่วโลกมายาวนาน ผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย. ประเทศไทย ผลิตและนำเข้าโดย บริษัท Allergan Thailand เป็นฟิลเลอร์ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว มีทั้งอุ้งน้ำน้อย อุ้งน้ำมาก เมื่อเติมเต็มเกิดความเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ และผลลัพธ์ที่ยาวนาน


Volbella ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เหมาะเติมเต็มใต้ตา หรือ ปาก
เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีโมเลกุลขนาดเล็กที่มีความละเอียดมากที่สุด เป็นธรรมชาติ เรียบเนียน หลังฉีดจะดู ไม่เป็นก้อน แก้ปัญหาใต้ตาที่คล้ำ ร่องใต้ตาลึก หรือ ร่องปาก ได้ดี ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 12-15 เดือน


Voluma ฟิลเลอร์เนื้อแข็งและฟูปานกลาง ขมับ แก้มส้ม แก้มตอบ ร้องแก้ม คาง ขอบปาก
เป็นรุ่นที่นิยมที่สุดทั่วโลก มีปริมาณHAมากที่สุด มีโมเลกุลขนาดใหญ่ มีความยืดหยุ่นสูง เรียกได้ว่าเป็นฟิลเลอร์ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้เกือบทุกตำแหน่ง ระยะเวลาอยู่ได้ประมาณ 18-24 เดือน

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา

รีวิวฟิลเลอร์คาง

รีวิวฟิลเลอร์ปาก

ติดต่อเพื่อรับโปรโมชั่น

ตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ก่อนฉีดทุกครั้ง

วิธีการสังเกตว่าเป็นฟิลเลอร์แท้สามารถสังเกตได้ง่ายๆ ดังนี้
1. ตรงบริเวณกล่องจะต้องมี ฉลากภาษาไทย มีราคา และมีวันหมดอายุระบุอย่างชัดเจน
2. มี QR Code ระบุวันที่ผลิต วันหมดอายุ เลขที่อ้างอิงอย่างชัดเจน
3. สามารถโทรสอบถามเลข Lot กับทางบริษัทได้โดยตรง
4. ด้านในกล่อง ผลิตภัณฑ์จะต้องบรรจุอยู่ในแพ็คเกจที่สะอาด ปิดผลึกมาอย่างดี และจะต้องมีเอกสารคู่มือในกล่อง

ข้อปฏิบัติตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ 2 อาทิตย์ก่อนทำ
1. ควรหาข้อมูลรีวิวจากคนไข้ที่ทำจริง หากดูตามเพจความเป็นวีดีโอให้เห็นจะดีมากกว่ารูปรีวิวธรรมดา
2. เลือกหมอและวิธีการทำการรักษา เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีและเกิดอาการบวมช้ำน้อย ควรศึกษาประสบการณ์ของแพทย์และความน่าเชื่อถือของคลินิก
3. เลือกยี่ห้อและชนิดของฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน


1 อาทิตย์ก่อนทำ
1. ควรงดรับทานยา แอสไพริน, NSAIDs
2. ควรงดวิตามิน E
3. ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ทุกชนิด
4. หากต้องทำหน้า นวดหน้า หรือเลเซอร์ต่างๆ ควรทำมาก่อนอย่างน้อย 3 วันก่อนการฉีดฟิลเลอร์ เพราะหลังทำต้องเว้นไปอีก 2 อาทิตย์
5. หากมีโรคประจำตัว หรือทานยาเป็นประจำ ควรเตรียมแจ้งกับแพทย์ที่ทำหัตถการให้ 24 ชั่วโมง


ก่อนทำ
1. งดดื่มแอลกอฮอล์
2. งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น การซาวน่า การออกกำลังหนักๆ

ข้อปฏิบัติตนเองหลังฉีดฟิลเลอร์

6 ชั่วโมงหลังทำ
1. ยาชาเริ่มหายบวม ถ้าจุดไหนที่ยังบวมมากควรประคบเย็นช่วย ไม่ควรกดแรงๆ


กลางคืนหลังฉีดฟิลเลอร์
1. จะเริ่มมีอาการปวด ระบมมากขึ้น ควรทานยาพาราเซตามอล ทุกๆ 4 ชม.แล้วยังปวดมากอยู่ สามารถทานยาแก้ปวดในกลุ่มอื่นๆช่วยเสริมได้ แต่ถ้าไม่เคยทานยาเหล่านี้มาก่อนควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการหรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
2. ควรนอนในห้องแอร์ที่อุณหภูมิ 18-23 องศา หนุนหมอนอย่างน้อย 2 ใบขึ้นไป ไม่ควรนอนตะแคง 2-3 คืนแรกหลังทำเพื่อป้องกันการกดทับหน้า


หลังทำ 24 ชม.
1. จะเริ่มมีอาการบวมมากขึ้น สำหรับฟิลเลอร์บางคนอาจเข้าใจผิดว่าฟิลเลอร์ฟูขึ้น แต่เมื่อผ่านไป 7-14 วัน อาการบวมเข็มจะยุบลงอย่าเข้าใจว่าฟิลเลอร์สลายไป การดูฟิลเลอร์ควรดูตอนฉีดเสร็จทันทีและหลังจาก 14 วันระหว่างนั้นไม่สามารถประเมินได้เพราะเป็นอาการบวม


หลังทำ 48 ชม.
1. สามารถล้างหน้า ทาครีมบำรุง แต่งหน้าทับรูเข็มได้ตามปกติ

179/3 ซอย วิภาวดี16/17 แขวงดินแดง
เขตดินแดง กทม. 10400
เปิดบริการ : 11.00-20.00 น. ( หยุดทุกวันพุธ )
โทรศัพท์ : 02-0023121 , 063-2629292
ติดตามเราได้ที่

ปรึกษาฟรี

แอดมินพร้อมให้บริการ

ปรึกษาฟรี

แอดมินพร้อมให้บริการ
cross