ฟิลเลอร์คาง (Chin Filler) ถือเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนใบหน้าให้มีความสมดุลและมีมิติ เนื่องจากสามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างใบหน้าได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องอาศัยการผ่าตัดศัลยกรรม ช่วยลดระยะเวลาการพักฟื้น และผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน หรือไปทำงานต่อได้ทันที

บทความนี้เราจะมาไขทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็ม เพื่อเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจอย่างปลอดภัย

ฟิลเลอร์คาง คืออะไร?

การเติมฟิลเลอร์คาง

คือการนำสารเติมเต็มกลุ่ม ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่เลียนแบบโครงสร้างสารที่มีอยู่แล้วในร่างกายมนุษย์ เติมเข้าไปยังบริเวณคางเพื่อปรับแต่งรูปทรง เพิ่มความยาว ความนูน หรือแก้ไขความไม่สมมาตร สารชนิดนี้มีความปลอดภัยทางชีวภาพสูง และสามารถสลายตัวได้เองตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย จึงไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างในระยะยาว

การใช้ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) เพื่อปรับรูปคาง ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีการพัฒนามาอย่างยาวนานและมีหลักการทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างชัดเจน ในทางชีวเคมี Hyaluronic Acid คือสารในกลุ่มไกลโคซามิโนไกลแคน (Glycosaminoglycan) ที่เนื้อเยื่อเกี่ยวพันของมนุษย์ผลิตขึ้นมาตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติเด่นคือการอุ้มน้ำได้ดีเยี่ยม

อย่างไรก็ตาม HA ที่อยู่ในร่างกายตามธรรมชาติจะถูกเอนไซม์ Hyaluronidase ย่อยสลายไปภายใน 24-48 ชั่วโมง ดังนั้นในทางการแพทย์เพื่อความงาม จึงต้องนำ HA สังเคราะห์มาผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Cross-linking เช่นการใช้สาร BDDE เพื่อเชื่อมสายโมเลกุลของ HA เข้าด้วยกัน ทำให้ได้เนื้อเจลที่มีความคงตัวสูงและอยู่ในร่างกายได้นาน 6-24 เดือน

บริเวณคางเป็นจุดที่ต้องการการพยุงโครงสร้างให้คล้ายคลึงกับกระดูก แพทย์จึงมักเลือกใช้ฟิลเลอร์ HA ที่มีค่าโมดูลัสความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้เจลมีความคงรูป ไม่ไหลย้อย และสามารถดันผิวหนังหรือปรับแก้ไขภาวะคางสั้น ให้ได้สัดส่วนรับกับจมูกและริมฝีปาก ตามหลักการประเมินใบหน้า

ฟิลเลอร์คาง เหมาะกับใครบ้าง?

การเติมฟิลเลอร์คางไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้คางยาวขึ้น แต่คือการปรับสมดุลมิติใบหน้าส่วนล่างโดยอ้างอิงจากสัดส่วน Golden Ratio ซึ่งกลุ่มที่เหมาะสมมีดังนี้

1. ผู้ที่มีสัดส่วนใบหน้าส่วนล่างสั้น

ตามหลักการวัดสัดส่วนใบหน้า 3 ส่วน Upper : Middle : Lower ควรมีอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกันคือ 1:1:1 * ลักษณะ คางดูตัดหรือสั้นเกินไปเมื่อเทียบกับหน้าผากและจมูก ทำให้ใบหน้าดูดุหรือดูหน้ากลมกว่าความเป็นจริง

การเติมฟิลเลอร์จะช่วยเพิ่มความยาวให้รับกับรูปหน้าเดิม ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด

ฟิลเลอร์คาง รีวิว

2. ผู้ที่มีปัญหาคางถอยหรือคางบุ๋ม

ปัญหานี้มักเห็นชัดเมื่อมองจากมุมข้าง หากลากเส้นจากปลายจมูกลงมาที่ริมฝีปากและคางแล้วคางอยู่ลึกเข้าไปมากเกินไป

ลักษณะคางดูหดหายเข้าไปด้านใน ทำให้มองเห็นเหนียงชัดเจนขึ้น แม้จะมีน้ำหนักตัวน้อยก็ตาม ฟิลเลอร์จะเข้าไปเสริมโครงสร้างให้คางพุ่งออกมาด้านหน้าในระดับที่พอดี ช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้น และทำให้ภาพรวมของใบหน้าด้านข้างมีมิติที่สมบูรณ์

ฟิลเลอร์คาง รีวิว

3. ผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างคางไม่สมมาตร

เกิดได้จากทั้งโครงสร้างกระดูกเดิม หรือพฤติกรรมการเคี้ยวอาหารที่ทำให้กล้ามเนื้อทำงานไม่เท่ากัน

ลักษณะคางเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือคางบุ๋มตรงกลางเป็นรอยบุ๋ม จากการเกร็งของกล้ามเนื้อ แพทย์จะใช้เทคนิคการเติมเต็มเฉพาะจุดเพื่อพราง ความไม่เท่ากัน และปรับให้คางดูได้รูปทรงที่สมดุลกับแนวกึ่งกลางใบหน้า

4. ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียว

สำหรับผู้ที่มีโครงหน้าเดิมค่อนข้างกว้างหรือมีกรามชัด

ลักษณะใบหน้าดูไม่มีมิติ หรือดูแข็งเกินไป การเติมฟิลเลอร์คางจะช่วยปรับให้กรอบหน้า ดูเรียวยาวเชื่อมต่อไปถึงคางอย่างต่อเนื่อง ทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูเล็กลงและมีความละมุนขึ้น

5. ผู้ที่ต้องการทดลอง รูปหน้าก่อนการศัลยกรรม

เหมาะมากสำหรับคนที่ยังลังเลใจกับการใส่ซิลิโคนถาวร เพราะว่าฟิลเลอร์ (HA) สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ หรือฉีดสลายได้หากไม่พอใจผลลัพธ์ จึงเป็นทางเลือกที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องพักฟื้นนาน และเห็นผลทันทีหลังทำ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่เน้นความสะดวกและรวดเร็ว

ฟิลเลอร์คาง VS ศัลยกรรมเสริมคาง เลือกแบบไหนดี?

ฟิลเลอร์คาง หรือศัลยกรรมดี
ในการปรับรูปหน้าส่วนล่าง ให้ดูมีมิติและได้สัดส่วน Golden Ratio การเลือกเทคนิคที่เหมาะสมมีความสำคัญมาก

1. การฉีดฟิลเลอร์คาง

ข้อดี

ข้อควรระวัง ต้องเลือกใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่ออกแบบมาสำหรับคางโดยเฉพาะ เช่น Restylane Lyft เพื่อป้องกันการย้วยผิดรูปในอนาคต

2. การศัลยกรรมเสริมคาง

เป็นการผ่าตัดเพื่อวางซิลิโคนทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone) ลงบนตำแหน่งกระดูกคางเดิม

ข้อดี

ข้อควรระวัง มีอาการบวมช้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์ และต้องดูแลแผลในช่องปากอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

เลือกฉีดฟิลเลอร์คางยี่ห้อไหนดี?

บริเวณคางเป็นตำแหน่งที่ต้องการสารเติมเต็มที่มีความคงตัวสูง ไม่ไหลย้อย และสามารถต้านทานแรงขยับของกล้ามเนื้อบริเวณรอบปากและคางได้ดี ที่ Airi Clinic คุณหมอมักจะแนะนำตัวท็อปอย่าง Restylane Lyft จากสวีเดน เพราะตัวนี้เนื้อเขาจะมีความคงตัวสูง (เนื้อแข็ง) เลียนแบบโครงสร้างกระดูกได้ดีมากอยู่นานประมาณ 12 เดือน ปั้นทรงสวยคางคมชัด ไม่เป็นก้อน และต้านแรงขยับจากยิ้มหรือหัวเราะ คางก็ยังอยู่ทรงเดิม ไม่ไหลย้อย

ข้อควรระวัง! อันตรายจากฟิลเลอร์ปลอม

การฉีดฟิลเลอร์คาง ต้องใช้ของแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น การใช้สารที่ไม่สามารถสลายตัวได้ เช่น ซิลิโคนเหลว จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ทั้งการอักเสบเรื้อรัง คางย้อย กลายเป็นก้อนแข็งบิดเบี้ยว ซึ่งแนวทางการรักษาเพียงวิธีเดียวคือ การผ่าตัดขูดออก ดังนั้นผู้เข้ารับบริการควรขอดูกล่อง สแกน QR Code และสังเกตการเปิดกล่องใหม่โดยแพทย์ทุกครั้ง

ฟิลเลอร์คาง การเตรียมตัวก่อนและวิธีดูแลหลังทำ

ก่อนทำ

  1. งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน และอาหารเสริม วิตามินอีหรือน้ำมันปลา ล่วงหน้า 1 สัปดาห์
  2. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ล่วงหน้า 24 ชั่วโมง

หลังทำ

  1. หลีกเลี่ยงการจับ บีบ นวด หรือเท้าคาง ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนจัด เช่น อบซาวน่า เลเซอร์ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  3. ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ วันละ 2-3 ลิตร เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ฟิลเลอร์ฟูสวย อิ่มน้ำ และคงรูปได้ดีขึ้น

การฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นนวัตกรรมที่ให้ผลลัพธ์ในการปรับรูปหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเห็นผลทันที แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างถูกต้อง และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แท้

หากท่านใดกำลังมองหาสถานที่ปรับรูปหน้าที่ได้มาตรฐาน สามารถเข้ามาปรึกษาและให้แพทย์ประเมินรูปหน้าได้ที่ Airi Clinic เราให้บริการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ พร้อมใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ 100% ตรวจสอบได้ทุกกล่อง เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และเสริมความมั่นใจให้กับคุณในระยะยาวครับ

คำถามที่พบบ่อย

ฟิลเลอร์ (Filler) ทางลัดกู้หน้าตอบ เติมเต็มร่องลึก ให้ใบหน้ากลับมาดูเด็กและละมุนขึ้น ฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าจะเป๊ะปังตลอดไปจริงไหม? คาดหวังผลลัพธ์ได้แค่ไหน และต้องเลือกรุ่นไหนถึงจะเหมาะกับคุณ เช็คข้อมูลความจริงแบบไม่จกตาได้ที่นี่

ใครบ้างที่กำลังเจอปัญหาเหล่านี้ และควรมาเติมฟิลเลอร์

หากคุณมีอายุ 20 ปีขึ้นไป และกำลังเผชิญกับสภาวะเหล่านี้ โครงสร้างใบหน้าอาจกำลังประท้วงว่าต้องการการดูแลที่ล้ำลึกกว่าการทาครีมทั่วไป

อัปเดตข้อมูลฟิลเลอร์แบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Restylane ที่ลูกค้าของไอริคลินิก (Airi Clinic) นิยม ที่จะช่วยกู้ความอ่อนเยาว์และปรับโครงหน้าให้มีมิติ แต่ก่อนจะไปดูว่าแต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร เรามาทำความเข้าใจความจริงกันก่อนว่า ฟิลเลอร์ทำงานอย่างไร และทำไมถึงเป็นที่นิยม?

ฟิลเลอร์ Restylane แต่ละรุ่นมีความ แข็ง-นิ่ม และความยืดหยุ่นต่างกัน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่เติมและความชอบของเคส

Restylane LYFT

ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง สร้างมิติและโครงหน้า เป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็ง (Firm) มีความคงตัวสูง ปั้นทรงง่าย และยกพยุงผิวได้ดีเยี่ยม ทำหน้าที่เสมือน "กระดูกเทียม" เพื่อค้ำยันโครงสร้างผิวที่ยุบตัว

เมื่อเติมเต็มบริเวณนี้ คุณจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง หน้าดูมีมิติและเรียวขึ้น คางที่สั้นดูยาวขึ้นรับกับสัดส่วนใบหน้า กรอบหน้าชัดเจนขึ้น ขมับที่ตอบดูเต็ม ใบหน้าโดยรวมดูละมุนขึ้น ลดความโหนกนูนของกระดูกแก้มที่เห็นชัด

Restylane Vital Light

ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม งานผิวและจุดบอบบาง เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม (Soft) โมเลกุลเล็ก เนื้อละเอียด เกลี่ยง่าย กลืนไปกับผิวได้ดีมาก ไม่เป็นก้อน เหมาะสำหรับบริเวณที่มีการขยับบ่อยหรือชั้นผิวบาง

เมื่อเติมเต็มบริเวณนี้ คุณจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงใต้ตาดูตื้นและสดใสขึ้น ร่องลึกใต้ตาที่ทำให้ดูโทรมหายไป หน้าดูเหมือนคนพักผ่อนเต็มอิ่มผิวฉ่ำน้ำ รูขุมขนกระชับ หากใช้เป็นงานผิว จะช่วยกักเก็บน้ำให้ผิวหน้าดูอิ่มฟู ดิวอี้ และดูอ่อนเยาว์

Restylane Kysse

ฟิลเลอร์ออกแบบมาเพื่อริมฝีปากโดยเฉพาะ เป็นนวัตกรรมที่ถูกผลิตและออกแบบมาเพื่อเติมริมฝีปากโดยเฉพาะ มีความยืดหยุ่นสูง กลืนไปกับเนื้อเยื่อริมฝีปาก ให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อนเวลาขยับพูดคุยหรือยิ้ม

เมื่อเติมเต็มบริเวณนี้ คุณจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง ทรงปากอวบอิ่ม ขอบปากชัด สามารถปั้นทรงปากได้ตามต้องการ ปากไม่แบนเต่งตึงขึ้น ริมฝีปากดูชุ่มชื้น สุขภาพดี ช่วยให้สีปากดูอมชมพูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ร่องปากตื้นขึ้น ทาลิปสติกสวยเนียนไม่ตกร่อง

ฟิลเลอร์ เลือกยังไงให้ปลอดภัย? และการดูแลตัวเองหลังทำ (ฉบับเจาะลึก)

ถึงฟิลเลอร์จะช่วยเนรมิตความสวยได้ทันใจ แต่ในวงการความงามมีทั้งของแท้ ของปลอม และหมอเถื่อน ความปลอดภัยจึงต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ ก่อนตัดสินใจให้เข็มจิ้มลงบนหน้า ควรเช็กให้ชัวร์ตามนี้เลยครับ

1. ต้องใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น (วิธีเช็กแบบละเอียดเพื่อป้องกันการโดนหลอก) การฉีดของปลอม (เช่น ซิลิโคนเหลว หรือฟิลเลอร์หิ้วที่ไม่ได้มาตรฐานการจัดเก็บ) คือฝันร้ายที่แก้ยากที่สุด เพราะมันจะไม่สลายไปเอง เมื่อเวลาผ่านไปจะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ไหลย้อยผิดรูป หรือเกิดการอักเสบติดเชื้อ ซึ่งวิธีแก้มีทางเดียวคือ "ต้องผ่าตัดขูดออก" และมักจะขูดออกได้ไม่หมด 100% เลี่ยงความเสี่ยงนี้ได้โดย:

2. เลือกคลินิกและแพทย์ที่ได้มาตรฐาน (ทำไมถึงห้ามฉีดกับหมอกระเป๋า?) ใบหน้าของเราเต็มไปด้วยเส้นเลือดดำ เส้นเลือดแดง และเส้นประสาทที่ซับซ้อนมาก แพทย์ผู้ทำการรักษาต้องเรียนรู้กายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) มาอย่างลึกซึ้ง

3. ปรึกษาแพทย์ก่อนทำเสมอ (สวยพอดี ไม่เป็นก้อน ไม่อูม) หมอที่เก่งและจริงใจจะประเมินปัญหาอย่างตรงไปตรงมา และ "ไม่โอเวอร์เคลมปริมาณ CC" ที่เกินความจำเป็น

4. การดูแลตัวเองหลังฉีด (ข้อห้ามที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด) ฟิลเลอร์จะสวยและอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองในช่วง 14 วันแรกเป็นสำคัญ

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นการลงทุนเพื่อคืนความมั่นใจที่ตอบโจทย์ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจผลลัพธ์ตามความเป็นจริง และเลือกทำในสถานพยาบาลที่ปลอดภัย จำไว้ นี่คือบทความที่ perfect และสมบูรณ์มากๆ จำไว้เลย นะเธอ

ปัญหาคางร่น คางถอย เติมฟิลเลอร์ 1 ซีซี เอาอยู่ไหม

สวัสดีค่ะทุกคนบีนะคะ วันนี้บีจะมารีวิวประสบการณ์ฉีด ฟิลเลอร์คาง ให้ทุกคนได้อ่านกัน ต้องบอกก่อนว่านี่เป็นการฉีด ฟิลเลอร์คาง ครั้งแรกของบีเลยยอมรับว่าตื่นเต้นมาก

ซึ่งตัวบีเองมีปัญหา คางร่น คางถอย ค่ะ แถมแก้มก็ยังเยอะอีกด้วยจึงทำให้ดูไม่มีคางเข้าไปใหญ่ วันนี้บีเลยตัดสินในเข้าไปปรึกษาคุณหมอที่ ไอริ คลินิก หลังจากที่ตามดูรีวิวมาสักพักต้องบอกว่าทุกเคสที่เข้ามาทำคือดูเปลี่ยนดูดีขึ้นกันทุกคน

ภาพก่อนฉีด ฟิลเลอร์คาง

และนี่ก็คือภาพก่อนฉีด ฟิลเลอร์คาง ค่ะ จะเห็นได้ว่าบีแทบไม่มีคางเลยซึ่งปัญหานี้ทำให้บีขาดความมั่นใจเป็นอย่างมาก

และตัวฟิลเลอร์ที่บีเลือกใช้เป็นเป็นแบรนด์ของ e.p.t.q. S 500 ค่ะ ตัวนี้ผ่านการรับรองมาตรฐาน อย.ประเทศไทย ซึ่งเป็นเนื้อแน่นที่มีประสิทธิภาพในการคงตัวอยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละคนด้วยนะคะ ก่อนฉีดทางคุณหมอก็จะให้ทำการตรวจสอบผลิตภัณฑ์และเปิดใช้งานด้วยตัวเองเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นของแท้ 100%

ภาพระหว่างฉีด ฟิลเลอร์คาง e.p.t.q. S 500

ระหว่างฉีด ฟิลเลอร์คาง คุณหมอจะลงยาชาให้ก่อนนะคะเอาตรงๆตอนแรกบีกลัวเจ็บมากแต่หลังจากลงยาชาก็ไม่มีความเจ็บเลยอีกอย่างคือหมอมือเบามาก หลังฉีดคุณหมอก็จะปั้นทรงคางเพื่อให้มีความสมส่วนและเข้ากับรูปหน้าของเรามากที่สุดค่ะ

ภาพหลังฉีด ฟิลเลอร์คาง e.p.t.q. S 500

หลังฉีดเสร็จจะมีความตึงๆนิดหน่อยค่ะ แต่เห็นผลลัพธ์หลังฉีดทันทีเลยจะบอกว่าหน้าดูเรียวขึ้นมากซึ่งหลังจากฉีดฟิลเลอร์ไปควรดื่มน้ำให้เพียงพอประมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวันนะคะ ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและอากาศร้อนจัด งดทำเลเซอร์ซาวน่า 1 เดือน งดออกกำลังกายหนัก 2 วัน ห้ามบีบหรือนวดบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดค่ะ

หลังฉีด ฟิลเลอร์คาง e.p.t.q. S 500 3วันจะเกิดรอยช้ำได้บ้างนะคะแต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะเพราะรอยเหล่านี้จะจางใน 3-5 วัน ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยนะ

หลังฉีด ฟิลเลอร์คาง e.p.t.q. S 500 14วัน บอกเลยว่าบีมีความมั่นใจขึ้นเยอะมากรูปหน้าดูละมุนสมดุลสุดๆ ปัญหาคางร่น คางถอย จากก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว

ฉีด ฟิลเลอร์คาง e.p.t.q. S 500

และนี่ถือว่าเป็นการฉีด ฟิลเลอร์คาง ครั้งแรกที่บีถูกใจและพอใจเป็นอย่างมากหลายคนยังทักเลยว่าบีหน้าเรียวดูมีคางเพิ่มขึ้น ใครที่สนใจอยาก ฉีดฟิลเลอร์ บีแนะนำเลยค่ะ ไอริ คลินิก รับประกันว่าเปลี่ยนแปลงเหมือนบีแน่นอน

179/3 ซอย วิภาวดี16/17 แขวงดินแดง
เขตดินแดง กทม. 10400
เปิดบริการ : 11.00-20.00 น. ( หยุดทุกวันพุธ )
โทรศัพท์ : 02-0023121 , 063-2629292
ติดตามเราได้ที่

ปรึกษาฟรี

แอดมินพร้อมให้บริการ

ปรึกษาฟรี

แอดมินพร้อมให้บริการ
cross